0

ข้อมูลอินไซต์จากคนใน ส่งผลสังคมไทยตาสว่าง
************************************************
ตลอดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่สังคมไทยได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของคนในองค์กรต่างๆ ที่คนภายในองค์กรนั้นนำข้อมูลออกมาตีแผ่ให้ได้รับรู้จนกลายเป็นข่าวดัง
.
เริ่มตั้งแต่ ภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต. เล่าแบบไม่เม้มถึงพฤติกรรมคณะกรรมการ กกต. หลังถูกเลิกจ้างให้พ้นจากตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบ
.
ภุชงค์ไม่แทงกั๊ก ร่ายยาวถึงการทำงานแบบล้วงลูกของคณะกรรมการ กกต. ตั้งแต่การแต่งตั้งโยกย้าย จนไปถึงการอนุมัติงบประมาณ ทำให้หน้าที่ของเลขาธิการ กกต.ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง กลายเป็นเพียงผู้ประสานงาน เปรียบเหมือนเจว็ดศาล
.
กรุงเทพมหานคร ภายใต้การบริหารงานของผู้ว่าฯคนปัจจุบันที่ชื่อ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร คืออีกหน่วยงานที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ พรรคต้นสังกัดของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ ออกมาสาวไส้แบบหมดเปลือก
.
ไล่เลียงตั้งแต่การใช้งบประมาณของรองผู้ว่าฯกทม.บางคน เกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง การประมูลงานสร้างสวนเฉลิมพระเกียรติ เขตธนบุรี ขณะที่เงินสะสมของกทม. 3 หมื่นล้านบาท ร่อยหรอเหลือไม่ถึง 2 พันล้านบาท กระทั่งมาถึงการเปิดโปงประเด็นเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องดนตรีให้กับโรงเรียนในสังกัด กทม. มูลค่ารวมกว่า 1.3 พันล้านบาท ที่อาจมีการล็อกสเปก
.
และอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่คนในตัวจริงเสียงจริงออกมาเปิดเผยเอง นั่นคือในประเด็นปัญหาการค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี อย่างพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค8 ดับเครื่องชน แฉหมดเปลือกถึงขบวนการค้ามนุษย์ที่เป็นเครือข่ายใหญ่ มีความเกี่ยวโยงกับทั้งกองทัพ นักการเมือง และตำรวจ โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งย้ายตัวเขาลงไปยังภาคใต้ เพราะมุ่งหวังชีวิต ความร้อนแรงของเรื่องนี้ถึงขั้นทำให้พล.ต.ต.ปวีณการขอลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน ขณะที่สื่อสายอาชญากรรมตั้งฉายาให้กับพล.ต.ต.ปวีณว่า "โรฮีนจาลี้ภัย"
.
การเปิดเผยของพล.ต.ต.ปวีณ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ข้อมูลดูจะมีน้ำหนัก เพราะเป็นผู้ทำคดีนี้ด้วยตัวเอง แต่ก็ถูกตั้งข้อสังเกตุตจากฝั่งรัฐบาลไทยว่าเป็นเพียงพฤติกรรมที่พลาดหวังจากเก้าอี้ที่ต้องการ และอาจถูกฟ้องร้องในอนาคต
.
ขณะที่เรื่องของอดีตเลขาธิการ กกต.ดูท่าว่าเรื่องจะยังไม่จบเช่นกัน อดีตเลขา กกต.เพิ่งยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ กกต. เพื่อให้ยกเลิกมติการเลิกจ้าง แต่ดูแล้วคงเป็นเรื่องยาก ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ ภุชงค นุตราวงษ์ คงสู้แบบยิบตา ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในอนาคต
.
ส่วนกรณีหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์นั้น พรรคประชาธิปัตย์คงไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราะติดเงื่อนไขของคสช.ที่ห้ามเคลื่อนไหวและจัดกิจกรรมทางการเมือง จึงไม่สามารถจัดประชุมพรรคเพื่อลงมติขับไล่ได้
.
ประเด็นหล่านี้จึงยังคงเป็นหนังยาวให้ติดตามกันต่อไป แต่ในปัจจุบันนี้แม้จะยังไม่มีข้อสรุปในแต่ละเรื่อง คนไทยและต่างชาติก็ตาสว่าง รับรู้ข้อมูลอินไซต์จากคนภายในด้วยกันเอง

Loading video...
Posted by Prasitchai Kumbang on Sunday, December 20, 2015

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

 
Top