เสริมกรดโฟลิคในแป้งขนมปังช่วยลดความพิการแต่กำเนิด
ผู้เชี่ยวชาญในสหราชอาณาจักรเปิดเผยผลการวิจัยที่สนับสนุนข้อเรียกร้องให้มีการเสริมกรดโฟลิคในแป้งทำขนมปัง ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจช่วยป้องกันปัญหาความพิการรุนแรงแต่กำเนิดของทารกได้เป็นจำนวนมาก
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Disease in Childhood ระบุว่า นโยบายที่สหราชอาณาจักรใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ได้ผล และควรทำตามสหรัฐฯ ที่กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตเสริมกรดโฟลิคในแป้งสำหรับทำขนมปัง โดยมาตรการดังกล่าวช่วยลดการตั้งครรภ์ทารกที่มีภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (เอ็นทีดี) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสมอง, กระดูกสันหลัง หรือไขสันหลังในสหรัฐฯได้ถึง 23% นับแต่เริ่มใช้นโยบายเมื่อปี พ.ศ.2541 และประมาณการณ์ว่า หากสหราชอาณาจักรดำเนินนโยบายเดียวกันนี้มาก่อน อาจช่วยลดปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2541-2555 ลงได้ 21% หรือราว 2,000 รายทีเดียว
ศ.โจน มอร์ริส หัวหน้าทีมวิจัยจากสถาบันเวชศาสตร์ป้องกันวูลฟ์สัน มหาวิทยาลัยลอนดอน บอกว่า การใส่กรดโฟลิคในแป้งขนมปังมีความปลอดภัยและมีแต่จะก่อให้เกิดผลดี แต่ยุโรปกลับเป็นภูมิภาคเดียวที่ไม่มีนโยบายเสริมกรดโฟลิคในแป้งขนมปัง แม้จะมีหลักฐานบ่งชี้ว่ามันจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเอ็นทีดีได้ถึง 70% ก็ตาม
ดร.อลิสัน เท็ดสโตน หัวหน้านักโภชนาการของสำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ ระบุว่า งานวิจัยชิ้นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่สตรีมีครรภ์ รวมทั้งผู้วางแผนหรือมีแนวโน้มจะตั้งครรภ์ ควรบริโภคอาหารเสริมที่มีกรดโฟลิควันละ 400 ไมโครกรัม ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ ไปจนถึงช่วงสัปดาห์ที่ 12 ของการตั้งครรภ์
ทั้งนี้ กรดโฟลิคพบในอาหารประเภทผักใบเขียว, ถั่ว และขนมปังที่มีส่วนผสมของธัญพืชเต็มเมล็ด แต่เป็นเรื่องยากมากที่สตรีมีครรภ์จะได้รับกรดโฟลิคในปริมาณที่เหมาะสมจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเมื่อปี พ.ศ.2535 กระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร จึงแนะนำให้สตรีรับประทานอาหารเสริมกรดโฟลิคก่อนตั้งครรภ์
ปัจจุบันสหรัฐฯ และอีก 77 ประเทศได้ใช้นโยบายเสริมกรดโฟลิคในแป้งขนมปัง แต่รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังไม่ดำเนินนโยบายดังกล่าว แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายก็ตาม

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น