ชอบใจที่ อ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง บอกว่าร่าง รธน.นี้เพิ่มอำนาจผู้ดี ลดอำนาจประชาชน แต่วิธีการร่างเหมือนเล่นไฮโล ซุกลูกเต๋าอยู่ในถ้วย แถมมีนักเลงคุมบ่อนคุ้มครอง
นี่คือความ faked ของผู้ดีไทยยุคเดินตรอก ไม่เข้าออกตามประตู แต่ปีนหน้าต่างเข้าบ้านคนอื่น (ปีนตามโจร - อยากเขียนอย่างงี้แต่กลัวข่าวสดเดือดร้อน 55) อ้างตนเป็นคนดีมีความรู้มาปฏิรูปประเทศ ทั้งที่จริงคือเขย่าไฮโลโดยมีอันธพาลถือปืนคุ้มกัน
นี่มันไม่ใช่ผู้ดีในหนังสือสมบัติผู้ดี ไม่ใช่ผู้ดีในนิยายดอกไม้สด แต่มันเป็นผู้ดีหน้าด้าน ด้านโคตรๆ ยอมรับตรงๆ ว่า รธน.ไม่เป็นประชาธิปไตยจะเอาไหม ไม่เอาก็อยู่กับ คสช.ต่อไป นี่เราให้ประชาชนเลือกนะ เลือกได้ 2 ข้อ จะเอาข้อไหนระหว่าง "ไม่เป็นประชาธิปไตย 1" กับ "ไม่เป็นประชาธิปไตย 2"
แถมยังเป็นระบอบผู้ดีขี้ขลาดอีกต่างหาก เพราะ รธน.นี้ให้รัฐบาลเลือกตั้งเป็นเจว็ด อำนาจตัดสินใจอยู่ข้างหลัง แต่จะอ้างว่าเรามาทำแต่สิ่งดีๆ ไอ้ที่ชั่วๆ เลวๆ ล้มเหลวทั้งหลาย นักการเมืองรับไป มีทุจริตเรอะ นักการเมืองติดคุก หรือประหารชีวิต แต่ใครออกใบสั่งใครมีอิทธิพลอยู่ข้างหลัง อ้าว ไม่เห็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน
สังคมไทยมัน faked ได้ที่แล้วละ ขนาดร่าง รธน.ไอ้ปื๊ดให้ 3 สมาคมธุรกิจ (นายทุนชัดๆ) มาสรรหาองค์กรอิสระ ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดี ศาล นี่เป็นประเด็นที่ผมขำกลิ้ง คืออยู่ดีๆ พ่อค้านายทุนก็มาตั้งภาคีต้านคอรัปชั่น ชิ่งตัวเองออกมาบอกว่าเราไม่ได้ทุจริตโว้ย เราเป็นคนดี งั้นสังคมนี้เหลือใครเลว ก็นักการเมืองกับชาวบ้านไง
แถมท้ายนี่ขอเหน็บพวก "เครือข่ายอนาคตไทย" ที่มาเที่ยวรณรงค์ "คนไทยนิสัยไม่ดี" ว่าเอาเข้าจริงมันคือการโทษประชาชนว่า "มึงนั่นแหละผิด" วิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมึง ไม่ใช่เพราะรัฐประหาร ไม่ใช่เพราะความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ไม่ใช่เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมไม่เป็นกลาง "ประชาชนผิด" ต้องดัดนิสัยใหม่ รณรงค์ให้มีวินัย มีศีลธรรม แต่ไม่รณรงค์ 2 คำคือเสรีภาพกับความยุติธรรม
000000
ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์รัฐศาสตร์ลูกชาวนา ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังทำนา วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 36 อรหันต์ว่า "เพิ่มอำนาจผู้ดี ลดอำนาจประชาชน" แต่วิธีการร่างเหมือนเล่นไฮโล ซุกลูกเต๋าอยู่ในถ้วย แถมมีนักเลงคุมบ่อนคุ้มครอง
ถูกต้องที่สุดเลยครับ ผู้ดียุคเดินตรอกไม่เข้าออกตามประตู ปีนหน้าต่างเข้าก็ได้ไม่สนใจความชอบธรรม ลืมตาข้าง หลับตาข้าง อ้างตนเป็นคนดีมีความรู้ เป็นนักปราชญ์เป็น ผู้เชี่ยวชาญ แห่กันมา "ปฏิรูปประเทศ" ในขณะที่ประชาชนถูกปิดกั้นเสรีภาพ
"ผู้ดี" วันนี้ไม่ใช่ผู้ดียุค "ดอกไม้สด" เพราะสอบตก "สมบัติผู้ดี" มีอย่างที่ไหน ผู้ดีนิยมการใช้กำลังบังคับข่มขืนใจ มีอย่างที่ไหน ผู้ดีอวดอ้างยกตนข่มชาวบ้านเป็นคนดี นี่มัน "คนดีโปรโมชั่น" สร้างจุดขายให้ตัวเองประสบความสำเร็จ
"ผู้ดี" วันนี้ไม่จำเป็นต้องมีวงศ์ตระกูล แค่มีดีกรี มียศ มีตำแหน่ง มีชื่อเสียงทางสังคม เป็นข้าราชการระดับสูง เป็นพ่อค้าที่รู้จักใช้เศษเงินทำ CSR เป็นคณบดี เป็นอธิการบดี หรือกระทั่งเป็นศิลปินแห่งชาติ ก็สามารถยกตนเป็นอภิสิทธิ์ชน ด่านักการเมืองชั่วจากเลือกตั้ง ด่าชาวบ้านโง่ แล้วห้อยโหนอำนาจที่ไม่ชอบธรรมมากะเกณฑ์ประชาชนตามต้องการ
ซ้ำร้ายผู้ดี 2558 ยังหนายิ่งกว่ากระเบื้อง เมื่อยอมรับโต้งๆ ว่าร่างรัฐธรรมนูญ "ไม่เป็นประชาธิปไตย" เพราะเราจะเข้ามาขี่คออำนาจจากเลือกตั้ง เราจะกุมบังเหียนไว้ แต่เราจะเอายังงี้มีอะไรไหม อ้าว! เราให้ลงประชามตินะว่าจะเอาเลือกตั้งแบบมีโปลิตบูโร หรือจะอยู่กับคสช. ม.44 ต่อไป
พูดง่ายๆ ประชาชนได้เลือก 2 ข้อ "ไม่เป็นประชาธิปไตย 1" หรือ "ไม่เป็นประชาธิปไตย 2" แต่เรียกว่าประชามติ
ลำพังร่างรัฐธรรมนูญที่ให้มี ส.ว.สรรหา 123 คน บั่นทอนอำนาจเลือกตั้งทุกด้าน ก็ไม่เป็นประชาธิปไตยเกินครึ่งใบ นี่ยังจะมีบทเฉพาะกาล ส.ว.สรรหาโดยนี้ 3 ปี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ คณะกรรมการปฏิรูปด้านต่างๆ คอยบงการรัฐบาล เพราะประชาชนมันโง่ นักการเมืองไม่มีสมอง เลือกมาไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องเสนอนโยบาย ไม่ต้องคิดสร้างสรรค์ เป็นเจว็ดกดปุ่มเปิดป้ายให้ราชการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปฏิรูปที่วางไว้ 20 ปี
ขนาดนี้ยังจะบังคับให้มีรัฐบาลปรองดอง คะแนนเสียง 4 ใน 5 ทั้งที่พรรคการเมืองมาจากเลือกตั้ง ถ้าเขายืนกรานไม่ร่วมจะทำอย่างไร สมมติประชามติผ่าน 16 ต่อ 14 ล้านเสียง แล้วพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์หาเสียงเป็นฝ่ายค้าน ไม่ร่วมรัฐบาล ได้คะแนนเสียงรวมกัน 22 ล้านจะทำไง จะลงโทษยุบพรรคหรือบังคับข่มขืนใจหรือจะสั่งเลือกตั้งใหม่จนมันยอม
ว่าที่จริง ผมไม่ค่อยรู้สึกรู้สากับการมีนายกฯ คนนอก เพราะระบอบอย่างนี้ นายกฯ จากส.ส.ก็ไม่มีความหมาย นายกฯ คนนอกสิดี จะได้รับหน้ารับผิดชอบต่อประชาชน มีอะไรโทษได้ด่าได้ ดีกว่าไปนั่งข้างหลังเป็นผู้กำกับ แต่ผลักอำนาจจากเลือกตั้งรับกรรม ตัวเองเป็นผู้ตัดสินใจแต่ไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน
เพิ่มให้อีกข้อ "ผู้ดีขี้ขลาด" อยากมีอำนาจแต่ไม่อยากรับผิดชอบ อยากเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ อยากเป็นกรรมการปฏิรูป จะได้ทำแต่เรื่องดีๆ อะไรที่มีปัญหา อะไรล้มเหลวไม่สำเร็จก็ให้ชาวบ้านด่านักการเมือง
ประชาธิปไตย ไทยเคยวนอยู่ในระบอบเช่นนี้หลายสิบปี เคยต่อสู้กันยาวนาน ไม่แปลกหรอกที่ทหารทำรัฐประหารเพราะทหารก็คิดแบบทหาร แต่นักคิดนักวิชาการ อาจารย์รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ NGO ศิลปิน ที่เคยเรียกร้องเสรีภาพประชาธิปไตยสิ "อย่างหนา" บอกว่า "พลเมืองเป็นใหญ่" แต่อ้างว่าบ้านเมืองไม่ควรเป็นประชาธิปไตยซักพัก เพื่อให้อภิสิทธิ์ชนมีอำนาจ
สังคมไทย faked ขนาดนี้ได้อย่างไร เราอยู่ในยุคที่ไฮโซเซเลบดูถูกคนไม่เท่ากัน แต่นุ่งขาวห่มขาวถ่ายภาพปฏิบัติธรรมลงอินสตาแกรม พ่อค้านายทุนทำ CSR ปั้น "ความดี" ทำการตลาด ตั้งภาคีต้านคอร์รัปชั่นแป๊บๆ ก็ร่างรัฐธรรมนูญให้สรรหาองค์กรอิสระ ข้าราชการเลื่อนตำแหน่งมาไงไม่รู้ วันนี้ประกาศทำเพื่อชาติ ใครทุจริตประหารชีวิต อ้าว แล้วเหลือใครเป็นคนชั่ว ก็นักการเมืองกับชาวบ้านไง
ไม่เห็นหรือระยะนี้มีการรณรงค์ กันเข้มข้น ให้คนไทยปรับปรุงนิสัย อย่ามักง่าย อย่าขี้โกง ฯลฯ วิกฤตที่เกิดขึ้นใครผิด ก็ประชาชนไงเป็นคนผิด ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ผิด ไม่ใช่เพราะรัฐประหาร ไม่ใช่เพราะความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ชาวบ้านนั่นแหละผิด
สปอตต่างๆ จึงเต็มบ้านเต็มเมือง คนไทยต้องมีวินัย ต้องมีศีลธรรม ต้องสามัคคี มีน้ำใจ ต้องช่วยกันสร้างประเทศใหม่ให้เข้มแข็ง ฯลฯ แต่ขาดไป 2 คำ "เสรีภาพ" กับ "ยุติธรรม" อย่าเรียกร้องเชียว
ถูกต้องที่สุดเลยครับ ผู้ดียุคเดินตรอกไม่เข้าออกตามประตู ปีนหน้าต่างเข้าก็ได้ไม่สนใจความชอบธรรม ลืมตาข้าง หลับตาข้าง อ้างตนเป็นคนดีมีความรู้ เป็นนักปราชญ์เป็น ผู้เชี่ยวชาญ แห่กันมา "ปฏิรูปประเทศ" ในขณะที่ประชาชนถูกปิดกั้นเสรีภาพ
"ผู้ดี" วันนี้ไม่ใช่ผู้ดียุค "ดอกไม้สด" เพราะสอบตก "สมบัติผู้ดี" มีอย่างที่ไหน ผู้ดีนิยมการใช้กำลังบังคับข่มขืนใจ มีอย่างที่ไหน ผู้ดีอวดอ้างยกตนข่มชาวบ้านเป็นคนดี นี่มัน "คนดีโปรโมชั่น" สร้างจุดขายให้ตัวเองประสบความสำเร็จ
"ผู้ดี" วันนี้ไม่จำเป็นต้องมีวงศ์ตระกูล แค่มีดีกรี มียศ มีตำแหน่ง มีชื่อเสียงทางสังคม เป็นข้าราชการระดับสูง เป็นพ่อค้าที่รู้จักใช้เศษเงินทำ CSR เป็นคณบดี เป็นอธิการบดี หรือกระทั่งเป็นศิลปินแห่งชาติ ก็สามารถยกตนเป็นอภิสิทธิ์ชน ด่านักการเมืองชั่วจากเลือกตั้ง ด่าชาวบ้านโง่ แล้วห้อยโหนอำนาจที่ไม่ชอบธรรมมากะเกณฑ์ประชาชนตามต้องการ
ซ้ำร้ายผู้ดี 2558 ยังหนายิ่งกว่ากระเบื้อง เมื่อยอมรับโต้งๆ ว่าร่างรัฐธรรมนูญ "ไม่เป็นประชาธิปไตย" เพราะเราจะเข้ามาขี่คออำนาจจากเลือกตั้ง เราจะกุมบังเหียนไว้ แต่เราจะเอายังงี้มีอะไรไหม อ้าว! เราให้ลงประชามตินะว่าจะเอาเลือกตั้งแบบมีโปลิตบูโร หรือจะอยู่กับคสช. ม.44 ต่อไป
พูดง่ายๆ ประชาชนได้เลือก 2 ข้อ "ไม่เป็นประชาธิปไตย 1" หรือ "ไม่เป็นประชาธิปไตย 2" แต่เรียกว่าประชามติ
ลำพังร่างรัฐธรรมนูญที่ให้มี ส.ว.สรรหา 123 คน บั่นทอนอำนาจเลือกตั้งทุกด้าน ก็ไม่เป็นประชาธิปไตยเกินครึ่งใบ นี่ยังจะมีบทเฉพาะกาล ส.ว.สรรหาโดยนี้ 3 ปี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ คณะกรรมการปฏิรูปด้านต่างๆ คอยบงการรัฐบาล เพราะประชาชนมันโง่ นักการเมืองไม่มีสมอง เลือกมาไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องเสนอนโยบาย ไม่ต้องคิดสร้างสรรค์ เป็นเจว็ดกดปุ่มเปิดป้ายให้ราชการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปฏิรูปที่วางไว้ 20 ปี
ขนาดนี้ยังจะบังคับให้มีรัฐบาลปรองดอง คะแนนเสียง 4 ใน 5 ทั้งที่พรรคการเมืองมาจากเลือกตั้ง ถ้าเขายืนกรานไม่ร่วมจะทำอย่างไร สมมติประชามติผ่าน 16 ต่อ 14 ล้านเสียง แล้วพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์หาเสียงเป็นฝ่ายค้าน ไม่ร่วมรัฐบาล ได้คะแนนเสียงรวมกัน 22 ล้านจะทำไง จะลงโทษยุบพรรคหรือบังคับข่มขืนใจหรือจะสั่งเลือกตั้งใหม่จนมันยอม
ว่าที่จริง ผมไม่ค่อยรู้สึกรู้สากับการมีนายกฯ คนนอก เพราะระบอบอย่างนี้ นายกฯ จากส.ส.ก็ไม่มีความหมาย นายกฯ คนนอกสิดี จะได้รับหน้ารับผิดชอบต่อประชาชน มีอะไรโทษได้ด่าได้ ดีกว่าไปนั่งข้างหลังเป็นผู้กำกับ แต่ผลักอำนาจจากเลือกตั้งรับกรรม ตัวเองเป็นผู้ตัดสินใจแต่ไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน
เพิ่มให้อีกข้อ "ผู้ดีขี้ขลาด" อยากมีอำนาจแต่ไม่อยากรับผิดชอบ อยากเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ อยากเป็นกรรมการปฏิรูป จะได้ทำแต่เรื่องดีๆ อะไรที่มีปัญหา อะไรล้มเหลวไม่สำเร็จก็ให้ชาวบ้านด่านักการเมือง
ประชาธิปไตย ไทยเคยวนอยู่ในระบอบเช่นนี้หลายสิบปี เคยต่อสู้กันยาวนาน ไม่แปลกหรอกที่ทหารทำรัฐประหารเพราะทหารก็คิดแบบทหาร แต่นักคิดนักวิชาการ อาจารย์รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ NGO ศิลปิน ที่เคยเรียกร้องเสรีภาพประชาธิปไตยสิ "อย่างหนา" บอกว่า "พลเมืองเป็นใหญ่" แต่อ้างว่าบ้านเมืองไม่ควรเป็นประชาธิปไตยซักพัก เพื่อให้อภิสิทธิ์ชนมีอำนาจ
สังคมไทย faked ขนาดนี้ได้อย่างไร เราอยู่ในยุคที่ไฮโซเซเลบดูถูกคนไม่เท่ากัน แต่นุ่งขาวห่มขาวถ่ายภาพปฏิบัติธรรมลงอินสตาแกรม พ่อค้านายทุนทำ CSR ปั้น "ความดี" ทำการตลาด ตั้งภาคีต้านคอร์รัปชั่นแป๊บๆ ก็ร่างรัฐธรรมนูญให้สรรหาองค์กรอิสระ ข้าราชการเลื่อนตำแหน่งมาไงไม่รู้ วันนี้ประกาศทำเพื่อชาติ ใครทุจริตประหารชีวิต อ้าว แล้วเหลือใครเป็นคนชั่ว ก็นักการเมืองกับชาวบ้านไง
ไม่เห็นหรือระยะนี้มีการรณรงค์ กันเข้มข้น ให้คนไทยปรับปรุงนิสัย อย่ามักง่าย อย่าขี้โกง ฯลฯ วิกฤตที่เกิดขึ้นใครผิด ก็ประชาชนไงเป็นคนผิด ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ผิด ไม่ใช่เพราะรัฐประหาร ไม่ใช่เพราะความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ชาวบ้านนั่นแหละผิด
สปอตต่างๆ จึงเต็มบ้านเต็มเมือง คนไทยต้องมีวินัย ต้องมีศีลธรรม ต้องสามัคคี มีน้ำใจ ต้องช่วยกันสร้างประเทศใหม่ให้เข้มแข็ง ฯลฯ แต่ขาดไป 2 คำ "เสรีภาพ" กับ "ยุติธรรม" อย่าเรียกร้องเชียว
Source : Fb Atukkit Sawangsuk & http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1440168204
