เจ็ดปีหลังยื่นฟ้อง ศาลปกครองสูงสุดให้สำนักนายกรัฐมนตรีจ่ายชดเชยครอบครัวเหยื่อตายเพราะซ้อมทรมาน 5 แสนบาท
วันที่ 21 ส.ค.ศาลปกครองสูงสุดที่สงขลามีคำสั่งในคดีเรียกค่าเสียหายเพราะเสียชีวิตจากการซ้อมทรมานที่ได้รับการจับตามากที่สุดคดีหนึ่งในสามจังหวัดภาคใต้ คือคดีที่นางแบเดาะ สะมะแอฟ้องหน่วยงานรัฐสี่แห่งให้ชดเชยจากการที่เจ้าหน้าที่ในสังกัดประทุษร้ายบุตรชายคืออัสฮารี สะมะแอจนเสียชีวิตเมื่อปี 2550 คดีนี้มีการฟ้องร้องหลังเกิดเหตุได้หนึ่งปี คือเมื่อก.ค. 2552 คดีเริ่มต้นที่ศาลแพ่ง ถูกส่งต่อไปยังศาลปกครองชั้นต้นซึ่งมีคำสั่งให้หนึ่งในจำเลยจ่ายค่าชดใช้ แต่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งทำให้ต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด จนกระทั่งมาจบที่ศาลปกครองสูงสุดในวันนี้
วันนี้ศาลปกครองตัดสินเช่นเดียวกันกับศาลปกครองชั้นต้นว่าอัสฮารีเสียชีวิตเพราะถูกประทุษร้าย โดยเจ้าหน้าที่ในสังกัดของ กอ.รมน. ในการดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี แม้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการตรวจค้นตามกฎอัยการศึก แต่ได้ประทุษร้ายอัสฮารีจนกระทั่งทำให้เสียชีวิตจึงมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย
ศาลปกครองสูงสุดเห็นด้วยกับศาลปกครองชั้นต้น คือให้สำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 4 ต้องจ่ายชดเชยค่าไร้อุปการะแก่นางแบเดาะ จากการที่ลูกชายที่เป็นหลักในครอบครัวเสียชีวิตลงเดือนละ 2,000 บาทเป็นเวลา 20 ปีตามที่จำเลยร้องขอ ศาลยังสั่งให้จ่ายค่าใช้จ่ายอื่นเช่นค่าปลงศพรวม 17,500 บาท รวมทั้งหมดแล้วคือ 534,301 บวกดอกเบี้ยปีละ 7.5% ซึ่งเริ่มคิดตั้งแต่วันที่มีการกระทำละเมิด และให้ยกฟ้องจำเลยอื่นๆที่เหลือคือกระทรวงกลาโหม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คดีนี้นางแบเดาะ มารดาของฮัสฮารียื่นฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายเมื่อเดือนก.ค. ปี 2552 หลังจากที่นายอัสฮารีเสียชีวิตในระหว่างที่มีการล้อมจับกลุ่มคนที่ต้องสงสัยเมื่อ 21 ก.ค. 2550 ต้นเหตุของคดีนี้สืบเนื่องจากในวันเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นและควบคุมตัวกลุ่มคนสิบคนซึ่งรวมไปถึงนายอัสฮารีที่สวนยางพารา หมู่ที่ 5 บ้านจาเราะซีโป๊ะ ต.สะเอะ กรงปินัง ยะลา โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก หลังถูกจับกุม ได้มีผู้นำตัวอัสฮารีจากค่ายทหารส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสด้วยอาการสมองบวมและรอยฟกช้ำตามร่างกาย และถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลปัตตานี ไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลาและเสียชีวิตต่อมาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 22 ก.ค.
นางแบเดาะได้ร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่าบุตรชายถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในระหว่างที่อยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ และในขณะที่กระบวนการในการไต่สวนการตายดำเนินไปโดยใช้เวลารวมแล้วห้าปีนั้น นางแบเดาะก็ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจนมาจบที่ศาลปกครองในวันนี้
น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า การมีคำสั่งศาลกรณีของอัสฮารีนับว่าเป็นคดีแรกในบรรดาคดีซ้อมทรมานที่ผ่านการพิจารณาของทุกศาลอย่างครบถ้วน ซึ่งจะทำให้คำสั่งศาลในคดีนี้เป็นการจัดวางมาตรฐานในทางการต่อสู้ในทางกระบวนการยุติธรรมได้ แม้ว่าในทางปฏิบัตินั้น อาจจะเห็นผลช้าในแง่การป้องปรามการซ้อมทรมาน แต่ทั้งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็พบว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ได้สรุปบทเรียนและมีการปรับตัวกันไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม กระบวนการดำเนินคดีที่ใช้เวลาทำให้หลายคดีที่เป็นเรื่องของการซ้อมทรมานยังคงค้างคาอยู่ในชั้นศาล คดีของอัสฮารี สะมะแอ ซึ่งศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายเมื่อปี 2555 ว่าตายเพราะถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องของการดำเนินคดีอาญา อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายออกมาแล้ว ศอ.บต.ได้ชดเชยให้กับครอบครัว 7 ล้านบาท
 
Top