ไม่ได้ย้อนไปเชียร์บวรสาก แต่ยืมศพมาหยามมีชัย อิอิ
บวรศักดิ์ว่าแย่ แต่ถ้าตัด คปป.ที่โดนยัดใส่มือมาตอนท้าย มีชัยแย่กว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่ในแง่นิติวิธี ความเป็นระบบในการเขียนกฎหมาย มีชัยสู้ไม่ได้ อ้าว ก็บวรศักดิ์ ดร.ฝรั่งเศส ศาสตราจารย์กฎหมายมหาชน มีชัยแค่ช่างเทคนิคระดับบรมครู กลเม็ดเด็ดพรายเพียบ แต่หลักวิชาสู้บวรศักดิ์ไม่ได้ บวรศักดิ์เขียนยังพยายามอธิบายหลักวิชา (แม้บางครั้งฟังไม่ขึ้น) แต่มีชัยไม่สนหลัก อยากใส่อะไรก็ใส่ ในแง่ตัวอักษร ความรัดกุมทางภาษา มีชัยก็แย่กว่า เอา 2 ฉบับนี้ไปให้นักกฎหมายดู ถ้าตอบตามตรงนะ จะบอกว่าบวรศักดิ์มีฝีมือกว่า
บวรศักดิ์ยังมีสถานะของเลขานุการยกร่าง 2540 ค้ำคอ ขณะที่มีชัยคือผู้ร่าง รธน.รสช.ปี 2534 แล้วก็มาเป็นประธานวุฒิสภาจากการแต่งตั้ง เราจึงเห็นมีชัยโยนมาตรา 4 "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ทิ้ง เพราะเริ่มมีเมื่อปี 40 รวมทั้งสิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค อะไรต่างๆ ที่เริ่มมีเมื่อปี 40 และเขียนให้สวยขึ้นในฉบับ 2550 แต่มีชัยไม่แยแส
ที่พวกรสนา,สารี NGO ออกมาเต้นไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิ แต่เพราะบวรศักดิ์เปิดทางให้พวก NGO และตัวแทนคนชั้นกลางเก่าได้เข้าสู่อำนาจ (ในฐานะที่มีคุณูปการร่วมกับ Elite โค่นอำนาจเลือกตั้งของประชาชนเสียงข้างมาก) ผ่านวุฒิสรรหา ที่มีองค์กรวิชาชีพ มีตัวแทนชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านอะไรนั่น รวมทั้งสภาพลเมือง และมีสภาองค์กรชุมชนไปนั่งสรรหาองค์กรอิสระ
แต่มีชัยไม่แยแส มีชัยเอาแต่ Elite มีชัยรวบอำนาจไปไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ วุฒิสาขาอาชีพเลือกทางอ้อม ดูแล้วไม่มีทีทางให้ NGO มันจะแตกอีลุ่ยฉุยแฉก มีชัยเอาไว้แค่ประดับ ไม่มีอำนาจมากนัก ศาล รธน.ของมีชัยนอกจากยึด ม.7 ยังยึดอำนาจถอดถอน ทั้งนักการเมืองและองค์กรอิสระ (แล้วใครวะ จะถอดถอนกันเอง ในเมื่อกรรมการสรรหา ก็วนไปวนมาในพวกศาลและองค์กรอิสระ)
แต่มีชัยเคี่ยวกว่าบวรศักดิ์ เพราะเขียนล่อใจพรรคการเมืองบางพรรคน้ำลายหก พรรคอะไรเอ่ย ไม่เคยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาลเพราะศาล รธน. ชอบอยู่แล้วกับการไต่ยั้วเยี้ยเกาะชายอำนาจ Elite ศาล องค์กรอิสระ
มันถึงได้ทำท่าแทงกั๊กอยู่นี่ไง
000000
ขึ้นหัวอย่างนี้ไม่ใช่จะกลับไปเชียร์ร่างที่เป็นศพไปแล้ว เพราะล้าหลังเหมือนกัน เพียงพูดตามเนื้อผ้าถ้าตัด คปป.(ที่ไม่รู้ใครขอมา) จะพบว่าฉบับบวรศักดิ์ล้าหลังน้อยกว่า
ในทางหลักวิชา นักนิติศาสตร์ยังพบว่าฉบับบวรศักดิ์เขียนเป็นระบบสอดรับกัน เมื่อจะต่อเติมอะไรยังพยายามอธิบายพื้นฐานวิชาการ (แม้บางครั้งฟังไม่ขึ้น) แต่มีชัยไม่สนหลักวิชา อยากทำอะไรก็ทำ (บวรศักดิ์คงไม่อธิบายดื้อๆ ว่าศาลและองค์กรอิสระไม่ต้องยึดโยงอำนาจประชาชน แต่จะด้นไปทางอื่น)
เพราะบวรศักดิ์เป็น ดร.ปารีส ศาสตราจารย์กฎหมายมหาชน แต่มีชัยเป็นช่างเทคนิคระดับบรมครู อยู่กฤษฎีกาเขียนกฎหมายรับใช้ทุกรัฐบาลตั้งแต่บวรศักดิ์ยังเป็นวุ้น มากด้วยกลเม็ดเด็ดพราย แต่หลักวิชาสู้หลานศิษย์ไม่ได้
ในความเป็นเนติบริกรเหมือนกัน บวรศักดิ์ยังมีสถานะเลขานุการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ค้ำคอ ขณะที่มีชัยคือผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2534 แล้วมาเป็นประธานวุฒิสภาจากแต่งตั้ง
ร่างมีชัยจึงไม่แยแสมาตรา 4 "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง" ซึ่งมีครั้งแรกในปี 2540 ตลอดจน "สิทธิชุมชน" อันยาวเฟื้อยสวยหรู ที่ทำให้ NGO เต้นแร้งเต้นกา
NGO ไม่ได้เต้นเร่าเพียงเพราะสิทธิชุมชน หรือเพราะ สารี อ๋องสมหวัง ชาตินี้หมดหวังนั่งองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค หากยัง "เสียโอกาสเข้าสู่อำนาจ" ที่อยู่ในโครงสร้างรัฐธรรมนูญบวรศักดิ์ ซึ่งเผื่อแผ่อำนาจให้ภาคประชาสังคม คนชั้นกลาง (ที่ร่วมมือ Elite โค่นอำนาจเลือกตั้งของประชาชนเสียงข้างมาก) ผ่านทาง ส.ว.สรรหา จากสภาวิชาชีพ องค์กรชุมชน แรงงาน วิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ (ปราชญ์ชาวบ้าน) ผ่านสภาพลเมือง ผ่านที่ประชุมอธิการบดี สภาองค์กรชุมชน ที่ได้สรรหาองค์กรอิสระ
แต่โครงสร้างอำนาจฉบับมีชัยถูกดึงกลับไปอยู่ ในมือ "อภิชน" ลดความสำคัญวุฒิสภา ที่มาจากระบบล็อบบี้สาขาอาชีพ รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ วางระบบเลือกตั้งบั่นทอนพรรคการเมืองใหญ่
ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ฉบับมีชัยมีอำนาจมากกว่าบวรศักดิ์ ไม่ใช่แค่ฮุบ ม.7 แต่มีชัยยังยึดอำนาจถอดถอนจากวุฒิสภา ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนทุกองค์กร
รัฐธรรมนูญ 2540 ให้วุฒิสภาถอดถอนทั้งนักการเมืองและองค์กรอิสระ 2550 เปลี่ยนวุฒิสภากึ่งหนึ่งมาจากสรรหา ร่างบวรศักดิ์เปลี่ยนให้รัฐสภาถอดถอนนักการเมือง วุฒิสภาถอดถอนองค์กรอิสระ แต่มาถึงมีชัย รวบให้ศาลรัฐธรรมนูญแต่ผู้เดียว เว้นแต่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองจึงส่งศาลฎีกาฯ
นี่มันผิดเพี้ยนยิ่งกว่า เพราะโดยระบบที่วางกันมา ศาลยุติธรรมตัดสินทุจริต ศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติ นิติบัญญัติ (ที่มาจากเลือกตั้ง) มีอำนาจ Impeach
มีชัยกลับยกอำนาจ Impeach ไปให้ศาล ทั้งที่เป็นเรื่องความไม่เหมาะสมทางการเมือง ข้อกล่าวหาทางจริยธรรม ซึ่งศาลตัดสินไม่ได้ แต่อำนาจจากเลือกตั้งด้วยกันมีความชอบธรรมที่จะขับไล่ บวรศักดิ์เขียนให้รัฐสภา 700 คนลงมติ แม้ส่วนหนึ่งไม่มาจากเลือกตั้ง ก็ยังไม่ร้ายกาจเท่า 9 คน Impeach รัฐมนตรีหรือนายกฯ (ล้มตึงทั้งรัฐบาล)
แล้ว 9 คนนี้ยังยึดอำนาจถอดถอนองค์กรอิสระด้วยนะ วุฒิสภาลงมติเลือกองค์กรอิสระ แต่ไม่มีอำนาจถอดถอน เข้าใจหลัก "ผู้ใดแต่งตั้ง ผู้นั้นถอดถอน" ไหมครับ ไม่เข้าใจลองถามบวรศักดิ์
ศาลรัฐธรรมนูญของมีชัย "อัพเกรด" และ "อัพแก่" เช่นต้องเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 3 ปี ก็คงอายุ 64-65 ข้ามมานั่งศาลรัฐธรรมนูญ 9 ปี อายุเกือบ 75 พอดี ในตุลาการ 9 คนยังลดสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒินิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เปิดเก้าอี้ให้ข้าราชการแก่ๆ 2 คน ส่วนกรรมการสรรหา 10 คนใช้สูตรเดียวทุกองค์กร คือประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง ประธานสภา ผู้นำฝ่ายค้าน และกรรมการที่ 6 องค์กรอิสระตั้งมาเอง
เข้าใจคำว่า "ทับซ้อน" ไหมครับ ชงเองกินเอง แล้วยังให้อำนาจถอดถอนกันเอง
ตัวอย่างยังมีอีกหลายประเด็น เช่น บวรศักดิ์ชูเลือกตั้งเยอรมันเพียงดันทุรัง Open List มีชัยหักดิบใช้บัตรใบเดียว ทำให้คะแนนพรรคยิ่งกระจาย และเกิดปัญหาในการคำนวณ เพราะเมื่อ กกต.แจกใบแดง ส.ส.เขต ก็ต้องคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ๆๆๆ จำนวนไม่นิ่งจนครบ 1 ปี ทำให้ กกต.มีอำนาจแฝงตอนจัดตั้งรัฐบาล
อย่างไรก็ดีมีชัย "เขี้ยว" กว่าบวรศักดิ์ เพราะร่างรัฐธรรมนูญเปิดช่องยั่วบางพรรคน้ำลายไหล พรรคอะไรเอ่ย ไม่เคยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาลเพราะศาลยุบพรรค ไต่ยั้วเยี้ยอยู่กับ Elite ศาล องค์กรอิสระ เพียงยังกระดากเพราะปากอ้างประชาธิปไตย ตอนนี้ก็เลยแทงกั๊ก
source :- FB Atukkit Sawangsuk & http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1454685193

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น