มีชัย ฤชุพันธุ์ : แจงรายประเด็นที่เป็นข้อกังขาเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมยอมรับรัฐบาลกังวลโร้ดแมปช้า
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญต่อสาธารณะตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นับจากนั้นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงสนับสนุนในบางเรื่อง อาทิ มาตรการป้องกันและตรวจสอบนักการเมืองทุจริต แต่เรื่องของบทเฉพาะกาลและกลไกตรวจสอบถ่วงดุลทำให้เกิดข้อกังวลของหลายฝ่าย รวมทั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปบางคนที่เห็นว่ากลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่คิดว่าจะแก้ไขสมดุลที่เสียจากรัฐธรรมนูญปี 2540 นั้นกลับทำให้เสียสมดุลไปอีกทาง
บีบีซีไทย พูดคุยกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยถามถึงเนื้อหาของร่างฯ ที่ถูกมองว่าไม่นำไปสู่โร้ดแมปประชาธิปไตย และดูจะเป็นร่างฯ ที่ขาดความไว้วางใจนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นพิเศษ
นายมีชัย ตอบคำถามนี้ว่า บทลงโทษนักการเมืองที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเน้นเฉพาะผู้ที่คอร์รัปชั่น และบทบัญญัติทั้งฉบับก็มิได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องนี้เท่านั้น ขณะที่กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลนั้นเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 และที่กำหนดไว้ในร่างฉบับนี้ก็ไม่ได้ผิดไปจากที่เคยบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ มากนัก
“มันไม่ใช่เรื่องการไม่ไว้ใจนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่มันเป็นพฤติกรรมที่ไม่ต้องการให้มี โดยเฉพาะคนที่จะมาบริหารประเทศ มันเหมือนเวลาเราออกกฎหมายห้ามค้ายาเสพติด ฟอกเงิน ไม่ได้แปลว่าเราไม่ไว้ใจประชาชน แต่มันเป็นสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ เรื่องการทุจริต ประพฤติไม่ชอบก็เหมือนกัน คนทั้งโลกเขาไม่ยอมรับ
ต่อข้อถามเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง นายมีชัย กล่าวโดยยกตัวอย่างว่าอังกฤษก็มีประเพณีสืบทอดกันมานานที่ ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ของไทยเองต้องการหาคนที่เป็นกลางไม่อยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง ด้วยการกำหนดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้เลือกกันเอง
สำหรับเรื่องสิทธิมนุษยชนที่ถูกมองว่าไม่ได้มีบทบัญญัติเรื่องนี้อย่างชัดแจ้ง เช่น สิทธิชุมชน นายมีชัย กล่าวว่าเป็นความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วนของผู้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ ที่คิดว่าไม่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ ซึ่งแท้จริงแล้วได้ระบุไว้ในส่วนที่เป็นหน้าที่ของรัฐ และแยกสิทธิเป็นสองส่วน คือ สิทธิที่รัฐธรรมนูญรับรอง และหน้าที่ของรัฐ เช่น สิทธิในการศึกษาที่รัฐต้องจัดหาให้ เป็นการตอกย้ำว่าประชาชนไม่ไว้ใจรัฐบาลจึงต้องการให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน
“ เรื่องของสิทธิชุมชนระบุไว้ 6-7 แห่ง ทั้งในมาตรา 42,43,53,54 และ 66 ซึ่งเขียนบังคับให้รัฐรับรอง แต่เขารู้สึกว่ามันไม่อิ่มใจเท่าไหร่ จะเขียนเพิ่มอีกนิดก็ไม่เป็นไร เราก็รับฟัง ประชาชนเองมีปัญหาไม่มาก เพียงแต่อยากจะอิ่มใจ เพราะเขาอ่านแล้วไม่เข้าใจเหมือนนักกฎหมาย ก็อาจจะเพิ่มเติมให้เกิดความรู้สึกดีขึ้นได้ เรารับฟังจากประชาชนแล้วเข้าใจว่าหมดความเชื่อใจในรัฐบาล เราบอกว่าเป็นหน้าที่รัฐต้องจัดเรื่องนี้ให้ เขาก็ยังไม่ไว้ใจ ต้องการให้เขียนว่าเขามีสิทธิ จะได้ไม่ต้องไปตะโกนโหวกเหวก”
เมื่อถามถึงกลไกตรวจสอบนักการเมืองจากการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญนี้ เป็นไปโดยองค์กรที่ไม่ได้มีฐานอำนาจที่ยึดโยงกับประชาชน จะตรวจสอบอย่างไร นายมีชัยระบุว่า องค์กรเหล่านั้นจะตรวจสอบกันเอง โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. จะทำหน้าที่ตรวจสอบทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ ปปช. ก็จะถูกตรวจสอบจากศาลฎีกา และศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน
สำหรับเรื่องของบทเฉพาะกาลที่ถูกมองว่าให้อำนาจรัฐบาลปัจจุบันและ คสช. ในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่ใช้ในการปฏิรูปประเทศ ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ รวมถึง คสช. อาจจะมีอิทธิพลเหนือองค์กรอิสระนั้น นายมีชัยชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจผิดของคนอ่าน เขาย้ำว่าทุกองค์กรจะต้องหมดหน้าที่เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว ขณะที่ยุทธศาสตร์ชาตินั้นเป็นเพียงการกำหนดให้มีกฎหมายที่ว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งหากทำเสร็จก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องสานต่อ โดยเขาเชื่อว่า ยุทธศาสตร์ชาติจะไม่ได้เขียนด้วยรัฐบาล หรือ คสช. เพียงลำพัง แต่ต้องมาจากหลายภาคส่วน ซึ่งดีกว่าปล่อยให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ในอำนาจเฉย ๆ ควรให้ทำงานสานต่อการปฏิรูปต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลเลือกตั้ง
นายมีชัยยอมรับว่า รัฐบาลปัจจุบันเริ่มกังวลเรื่องโร้ดแมปที่ล่าช้า จึงอาจจะต้องเร่งรัดและเลือกเขียนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งออกมาให้เสร็จสิ้นก่อน
“ตอนนี้เรารู้แล้วว่ารัฐบาลค่อนข้างกังวลใจว่ามันจะทำให้เลยโร้ดแมปไป เพราะว่าพอถึง ก.ค. จะต้องเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง เราก็กำลังคิดเพราะว่ารัฐบาลก็กังวลใจเพราะไม่อยากให้เสียโร้ดแมปเราก็ต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้างที่จะให้การเลือกตั้งเดินหน้าได้ ก็กำลังคิดกันอยู่ แต่ระยะเวลาแปดเดือนที่จะทำกฎหมายสิบฉบับ ก็จะเท่ากับฉบับหนึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน เราก็กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างถึงจะเอาที่จำเป็นออกไปก่อน เวลายังเหลืออยู่ก็ค่อยทำส่วนที่เหลือ”
สำหรับข้อท้วงติงต่าง ๆ ได้มีการบันทึกไว้และเห็นว่าหลายเรื่องต้องทบทวนและทำให้คิดได้ว่ายังร่างรัฐธรรมนูญได้ไม่สมบูรณ์ นายมีชัยกล่าว (ติดตามคลิปสัมภาษณ์ได้ที่บีบีซีไทย เร็วๆ นี้)

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น