มนุษย์คือสุดยอดนักล่าที่ไม่เหมือนใคร
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วโลกของนักวิจัยในแคนาดา ที่ตีพิมพ์ในวารสารไซน์ เผยให้เห็นถึงความโหดร้ายในการล่าของมนุษย์และผลกระทบที่มีต่อเหยื่อ เช่น มนุษย์จับและฆ่าปลาที่โตเต็มวัยในอัตราที่สูงกว่ากรณีปลาใหญ่กินปลาเล็กตามห่วงโซ่อาหารทางธรรมชาติถึง 14 เท่า ส่วนการล่าบนบก มนุษย์ไล่ล่าสัตว์ดุร้ายที่กินเนื้อสัตว์อื่นเป็นอาหาร อาทิ หมี หมาป่าและสิงโต ในอัตราที่สูงกว่าการไล่ล่าระหว่างสัตว์ด้วยกันถึง 9 เท่า
อย่างไรก็ตามประเด็นที่ทีมนักวิจัยชี้ว่าน่าสนใจที่สุดและทำให้มนุษย์กลายเป็นสุดยอดนักล่าที่ไม่เหมือนใคร คือมนุษย์พุ่งเป้าไปที่การฆ่าเหยื่อที่โตเต็มวัย โดยผู้ล่ามีความเสี่ยงน้อยและเกิดการสูญเสียน้อยที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์สูงสุด และนี่เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้มีการพัฒนาและเกิดความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการล่า เช่น กระสุน กับดัก เบ็ดและตาข่าย ขณะที่นักล่าชนิดอื่นในโลกของสัตว์พุ่งเป้าไปที่เหยื่อในวัยเยาว์ และผู้ล่ามักจะได้รับบาดเจ็บจากการล่า ทั้งยังต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางอันตรายรอบด้านในธรรมชาติ
ทีมนักวิจัยชี้ว่าการที่มนุษย์พุ่งเป้าไปที่เหยื่อที่โตเต็มวัยจะส่งผลให้มีการสูญพันธุ์และกระบวนการวิวัฒนาการเบี่ยงเบนไป เช่น ปลามีขนาดเล็กลง ระบบห่วงโซ่อาหารเสียกระบวน นักวิจัยบอกว่าการพุ่งเป้าไล่ล่าไปที่เหยื่อที่โตเต็มวัยเป็นยุทธ์ศาสตร์ที่ขาดความยั่งยืน ดังนั้น ควรมียุทธศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โดยหันไปใช้รูปแบบการล่าที่เกิดขึ้นในธรรมชาติแทน
ภาพประกอบ - แฟ้มภาพ




 
Top