
พูดคุยสันติภาพภาคใต้ มุมมองของรัฐบาล: “รถไฟมันต้องออกไปก่อน ผู้โดยสารที่ตัดสินใจช้าเดี๋ยวก็คงวิ่งไปดักที่สถานีหน้าเอาเอง”
พลตรีนักรบ บุญบัวทอง เลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข เปิดเผยกับบีบีซีไทยถึงความคืบหน้าของการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่างภาคใต้คือกลุ่มมารา ปาตานีว่า จากการพบปะกันไปสองครั้งยังเป็นเพียงการแนะนำตัวทำความรู้จัก ซึ่งก็ยังไม่มากพอและเตรียมจะพบกันอีกในเร็วๆนี้ การพูดคุยขณะนี้ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกันซึ่งจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าปีครึ่ง ขั้นตอนนี้จะเร่งรัดไม่ได้และไม่ควรเปิดเผยเพราะจะทำให้มีแรงกดดันจนไม่ได้ผลเหมือนที่เคยเกิดมาแล้ว
พลตรีนักรบอธิบายว่า การที่ยังมีความรุนแรงและมีการแสดงออกจากบางฝ่ายในกลุ่มผู้เห็นต่างที่ส่งสัญญาณไม่เข้าร่วมนั้น ตนเชื่อว่า คนที่อยู่ในกลุ่มผู้เห็นต่างที่มาพูดคุยเวลานี้ล้วนแต่เป็นตัวแทนจริงทั้งสิ้น ทางรัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการข่าวทุกหน่วยยืนยันตรงกันหมดว่าใช่ และในระหว่างการพูดคุยอาจจะมีการทดสอบกันบ้าง แต่โดยหลักการแล้วในการพูดคุยไม่ว่าที่ใดล้วนแต่ต้องเริ่มจากคนกลุ่มที่พร้อมจะคุยก่อนเสมอ
“อาแว ยาบะก็เคยเป็นผู้ช่วยของฮัสซัน ตอยิบ เขาเคยอยู่ในการพูดคุยคราวที่แล้ว” พลตรีนักรบกล่าวถึงอาแว ยาบะที่เป็นแกนหลักในการพูดคุยจากกลุ่มบีอาร์เอ็น ส่วนกลุ่มคนที่ยังไม่เห็นด้วยน่าจะเปลี่ยนใจหลังจากที่การพูดคุยเดินหน้าและเริ่มเห็นผล “ พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าคุยแล้วจะได้อะไร การคุยแล้วดีกว่าการสู้กันแค่ไหน เขาจะต้องเข้าใจว่าคุยกันแล้วอาจจะได้มากกว่า คือรถไฟมันต้องออกไปก่อน จะมามัวรอไม่ได้ ผู้โดยสารที่ตัดสินใจช้าพอรู้ตัวว่าอยากจะขึ้นรถขบวนนี้ก็คงจะต้องไปดักรอป้ายถัดไป” นอกจากนั้นระบุว่า เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องเป็นการลงมือของกลุ่มผู้เห็นต่างทั้งหมด เพราะในพื้นที่ยังมีกลุ่มค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน ขนของเถื่อน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้ประโยชน์จากสถานการณ์รุนแรงย่อมไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ในระหว่างนี้ทางฝ่ายรัฐบาลได้เริ่มต้นด้วยการสร้างบรรยากาศ การปล่อยตัวฮัจยีสะมะแอ ท่าน้ำเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการนี้ พลตรีนักรบชี้ว่า มาตรการเช่นนี้หากจะให้ได้ผลต้องเริ่มจากคนที่ต้องโทษในคดีความมั่นคงหรือคนที่ยังหลบหนีอยู่ แต่ขณะนี้ นอกจากฮัจยีสะมะแอ ท่าน้ำแล้วโอกาสที่จะพักโทษคนอื่นๆยังเป็นไปได้ยากเนื่องจากยังไม่มีใครที่เข้าข่ายเงื่อนไขการพักโทษอันเป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้สามารถจะทำได้โดยไม่ต้องแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากนักโทษจากเหตุรุนแรงในช่วงสิบปีนี้แทบทั้งหมดรับโทษมายังไม่ถึงหลักเกณฑ์ แม้แต่ฮัจยีดาโอ๊ะ ท่าน้ำที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าจะมีรายอื่นใดหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มบีอาร์เอ็น เนื่องจากที่ผ่านมาได้ปล่อยคนของพูโลไปแล้ว แต่หากไม่มีคนที่เข้าข่ายพักโทษได้ก็อาจจะต้องพิจารณามาตรการอื่นที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศแทน เช่นการโยกย้ายคนที่รับโทษในส่วนกลางให้ไปอยู่ในเรือนจำในพื้นที่เพื่อให้ญาติสามารถเยี่ยมได้ง่ายขึ้นเป็นต้น
“การปล่อยนักโทษหรือช่วยคนที่ยังหลบหนีอยู่น่าจะเป็นมาตรการที่ได้ผลมากยิ่งกว่าการพาคนกลับบ้าน ยกตัวอย่างการปล่อยสะมะแอ ท่าน้ำ มันส่งสัญญาณชัดเจน” อย่างไรก็ตามการนำคนกลับบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสร้างบรรยากาศ ส่วนเรื่องของการรับรองเรื่องความปลอดภัยของคนที่เข้าร่วมการพูดคุยนั้น ทางฝ่ายรัฐบาลไม่มีปัญหาในหลักการข้อนี้ เพียงแต่ว่าในเวลานี้ยังไม่ได้เข้าสู่ช่วงของการพูดคุยกันอย่างเต็มที่ และที่ผ่านมาการพบปะกันเกิดขึ้นในมาเลเซียซึ่งกลุ่มผู้เห็นต่างเองไม่มีปัญหาแต่อย่างใด “จะให้ผมไปคุยที่บ้านของพวกเขาก็ได้นะ ผมทำได้ และถ้าผมพาพวกเขามาคุยที่กรุงเทพฯได้สักครั้งพวกเขาคงจะไว้ใจมากขึ้น”
ข้อเรียกร้องอย่างหนึ่งจากกลุ่มผู้เห็นต่างที่เข้าร่วมในการพูดคุยคือเรื่องที่อยากเห็นการพูดคุยสันติภาพได้รับการยกระดับจากรัฐบาลให้เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการขาดตอนเหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้ว พลตรีนักรบชี้ว่าฝ่ายรัฐบาลชัดเจนอยู่แล้วว่าเรื่องของการพูดคุยเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลชุดนี้ได้ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีคำสั่งที่ 230/2557 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ให้จัดตั้งกลไกในการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยในภาคใต้ ในคำสังระบุให้การแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นภาระกิจเร่งด่วน แต่เพื่อจะให้มีความเชื่อมั่น ก็อาจจะมีการให้ความมั่นใจเพิ่มเติมอย่างใดอย่างหนึ่ง
พลตรีนักรบระบุว่า ในระหว่างนี้กำลังร่วมกันยกร่างกติกาในการพูดคุยหรือที่เรียกกันว่า Terms of reference หรือ TOR เพื่อกำหนดรูปแบบและวิธีการจัดการที่ยอมรับกันได้ทั้งสองฝ่าย เช่นในการพูดคุยจะคุยอย่างไร มีใครเกี่ยวข้องบ้าง จะใช้ภาษาใดเป็นภาษาในการพูดคุย เป็นต้น นอกจากนี้อาจมีการจัดตั้งทีมเลขานุการและโฆษกร่วมเพื่อให้การทำงานราบรื่น ขณะนี้ทางทีมไทยจัดร่างแล้วและกำลังส่งไปให้มาเลเซียกับทางฝ่ายกลุ่มผู้เห็นต่างพิจารณา
พลตรีนักรบยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอยากเห็นการเดินหน้าพูดคุยอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาเพียงแค่ติงในเรื่องชื่อของกลุ่มมารา ปาตานี เนื่องจากในชื่อเต็มคือ Majlis Amanah Rakyat Patani มีคำว่าฉันทานุมัติอยู่ด้วย สิ่งที่ท้วงติงคือกลุ่มมารา ปาตานีเป็นตัวแทนความต้องการของคนในพื้นที่ทั้งหมดจริงหรือไม่ แต่ต่อมาก็เห็นว่ากลุ่มเปลี่ยนเป็นคำว่า ซูรอ ที่หมายถึงที่ปรึกษาเข้าไปแทนกลายเป็น Majlis Syura Patani อย่างไรก็ตาม ชื่อของกลุ่มจะเป็นอะไรก็ได้ถ้าหากมารา ปาตานีได้รับการรับรองจากกลุ่มผู้เห็นต่างให้มีอำนาจมาพูดคุยอย่างแท้จริงก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
เลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของรัฐบาลไทยยืนยันว่า การพูดคุยหนนี้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ จะไม่มีการต่อรองกันในเรื่องการแบ่งแยกพื้นที่หรือแม้แต่การปกครองตนเอง ซึ่งเป็นกรอบอันเดียวกันกับการพูดคุยในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ส่วนสำหรับของฝ่ายไทยนั้นตนเชื่อว่า โครงสร้างใหม่ของคณะคนทำงานเรื่องการพูดคุยเป็นโครงสร้างที่ดีและน่าจะได้ผลเพราะมีตัวแทนทุกหน่วยงานที่ควรจะเกี่ยวข้องอยู่ด้วย พร้อมกับเหลือที่ว่างในคณะพูดคุยไว้สองที่เพื่อจะดึงเอาผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพเข้ามาช่วยงานในเวลาต่อไป พร้อมกับระบุว่า ในการทำงานชิ้นนี้ รัฐบาลคสช.ไม่มีผลประโยชน์ในทางการเมืองแต่เป็นเรื่องของการต้องการให้เกิดผลงานและแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่มากกว่า
“มันเป็นหลักการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่สงครามระหว่างประเทศหรือสงครามเขตแดน มันเป็นการก่อความไม่สงบและมันเกิดจากประชาชน เพราะฉะนั้นสงครามประชาชนมันไม่จบด้วยกำลัง ตายหนึ่งก็เกิดสอง ตายสองก็เกิดสี่ มันไม่ใช่สงครามระหว่างคนละประเทศ อันนี้มันคือคนไทยด้วยกัน ใครจะมาเป็นคนกลาง มันไม่มี สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องพูดคุย แก้ปัญหาด้วยสติปัญญา”