ผู้บริหาร PPTV เผยจับมืออีก 4 ช่องทีวีดิจิตอลฟ้อง กสทช. 9.5 พันล้าน เหตุทำผู้ประกอบการเสียหาย
นายเขมทัศน์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของช่องทีวีดิจิตอล PPTV เผยกับบีบีซีไทยถึงสาเหตุของการยื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อศาลปกครอง เมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) ว่า ได้หารือร่วมกับช่องทีวีดิจิตอลอีก 4 ช่องได้แก่ GMM ONE, GMM chanel, THAIRATH TV และ Bright TV ในการดำเนินคดีกับ กสทช. เนื่องจากละเลยการทำหน้าที่ และทำให้ผู้ประกอบการเสียหาย
โดยเขากล่าวว่า 10 กว่าเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการเปิดดำเนินการมา กสทช. ล่าช้า ในการดำเนินการให้มีการเปลี่ยนผ่านระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ เป็นระบบดิจิตอล ละเลยล่าช้าในการควบคุมกำกับดูแลมาตรฐานหรือคุณภาพของกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล การแจกคูปองสนับสนุนประชาชน การขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอลและการกำกับดูแลผู้ประกอบการโครงข่ายทีวีดิจิตอล ให้สามารถขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอลได้ทันตามที่กำหนด ไม่ส่งเสริมสนับสนุนประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับรู้ หรือมั่นใจในการเปลี่ยนมารับชมทีวีดิจิตอล ละเลยต่อหน้าที่ในการออกกฎเกณฑ์ประกาศ เพื่อส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้าในการประกอบการทีวีดิจิตอล
“ที่ผ่านมามีการนำเสนอ ชี้แนะ และร้องเรียน แต่ก็ไม่บังเกิดอะไรเลย เราก็มองว่าผลกระทบไม่ได้อยู่ที่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ผู้ได้รับผลกระทบจริงๆ คือประชาชน ซึ่งไม่ใช่ภาคประชาชนนะ เพราะ กสทช. มักอ้างว่าภาคประชาชนเห็นด้วย แต่ประชาชนทั่วไปยังไม่รู้จักว่าดิจิตอลทีวีคืออะไร เราจึงต้องรวมตัวกันปกป้องสิทธิ” เขากล่าวว่า
สำหรับค่าเสียหายจำนวน 9.5 พันล้านนั้นคำนวณจากรายจ่ายของแต่ละช่อง ซึ่งที่ผ่านมามีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยผู้ที่เสียหายมากที่สุดคือ PPTV เสียหายราว 3 พันล้านบาท รองลงไปคือ THAIRATH TV และ GMM ONE ตามลำดับ เนื่องจาก กสทช. ไม่ทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรกคือค่าแบนวิธ ค่าพัฒนาโครงข่าย ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ กสทช. และค่าบริหารเนื้อหา
ทีวีดิจิตัลทั้ง 5 ช่อง เป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการให้บริการ โทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ ยื่นฟ้องคณะกรรมการ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กสทช.ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากค่าเสียหายของแต่ละสถานีรวมเป็นเงินจำนวน 9,550 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีแล้ว ทีวีดิจิตอลทั้ง 5 ช่องยังขอให้ศาลสั่งให้ กสทช.ออกมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ซึ่งอาจรวมถึงการใช้อำนาจหน้าที่ในการพิจารณากำหนดหรือเลื่อนการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ในงวดที่ 3 เป็นต้นไป
“นี่เป็นกรณีที่คู่สัญญาของหน่วยงานรัฐรวมตัวกันถึง 5 รายเพื่อเป็นโจทก์ฟ้องร่วมกัน สะท้อนว่ากรณีนี้ต้องมีอะไรผิดปกติ” ผู้บริหาร PPTV กล่าวทิ้งท้าย
นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม ผู้อำนวยการฝ่ายบรรณาธิการของไทยรัฐทีวี กล่าวว่า การฟ้องร้องดังกล่าวเกิดจากการหารือกันของหลายช่องทีวีดิจิตอล โดย 5 ช่องดิจิตอลที่ฟ้องศาลปกครองพร้อมกันนี้เป็นผู้ประกอบการที่เห็นพ้องต้องกันและมีความพร้อมในการดำเนินคดี จากนี้ก็จะรอคำสั่งศาลว่าจะพิจารณารับคำฟ้องหรือไม่

 
Top