การกระตุ้นเศรษฐกิจจากรากหญ้าขึ้นสู่ข้างบน เป็นลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรของทักษิณเขา จะเรียกว่ามันคือหัวใจของ "ทักษิโณมิกส์" ก็ว่าได้ เพราะทั่วโลก ไม่ว่าจะเมกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น เขากระตุ้นเศรษฐกิจจากข้างบนลงสู่ล่าง โดยอัดฉีดเงินผ่านสถาบันการเงิน ให้ปล่อยกู้หรืออุดหนุนผู้ประกอบการ เพื่อให้การผลิตและบริการในประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่ทฤษฎีรากหญ้าของทักษิณ ใช้วิธีอัดเงินจากรากหญ้า ผ่านกองทุนหมู่บ้าน โอท็อป 30 บาทรักษาทุกโรค ทุนการศึกษาระดับตำบล อำเภอ และอีกหลายโครงการ เพื่อให้รากหญ้ามีกำลังซื้อ แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ
-
การกระตุ้นเศรษฐกิจจากรากหญ้า เกิดจากแนวคิดที่ว่า ถ้าอยากให้เงินหมุน ต้องเอาเงินไปให้คนจน เพราะคนจนไม่เก็บเงิน ได้มาเท่าไหร่ก็จ่ายออกหมด การจ่ายเงินของคนจนแต่ละทอดรัฐจะได้ภาษีคือร้อยละ 7 ถ้ามีการจ่ายสักยี่สิบทอด รัฐจะได้เงินคืนเกิน 100%
-
แต่ถ้าอัดฉีดจากข้างบนสู่ล่าง คือ เอาเงินไปให้แบงค์ เอาไปให้ผู้ประกอบการ พวกนี้คือคนรวย จ่ายไป 100 พวกนี้จะไม่จ่ายออก 100 แต่จะออมไว้จำนวนหนึ่ง และจำนวนจ่ายออกแต่ละทอดจะน้อยกว่า ทักษิณคิดว่าจะได้ผลน้อยกว่าอักฉีดจากข้างล่าง
-
ทฤษฎีเศรษฐกิจรากหญ้า ใครเป็นคนคิด แน่นอน ไม่ใช่ทักษิณเพียงคนเดียวแน่นอน แต่ผ่านการคิดและวิเคราะห์ ของสองทฤษฎี คือ ทฤษฎีคอมมิวนิสต์ กับ ทุนนิยม ฝ่ายคอมมิวนิสต์มีหลายคน ซึ่งก็คือ คนเดือนตุลาที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย ส่วนฝ่ายนายทุน มีนายพันศักด์ วิญญรัตน์ เป็นหัวเรือใหญ่ และนั่งเป็นประธานคณะจัดทำนโยบาย
คำถามสุดท้าย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นใครในทฤษฎีของ ไทยรักไทย คำตอบ คือ เป็นหนึ่งในจำนวนคณะกรรมการจัดทำนโยบายและเป็นฝ่ายทุนนิยม ไม่ใช่เจ้าของทฤษฎี ส่วนการนำไปปฏิบัติ ทักษิณพูดอยู่เสมอว่า รัฐบาลจะบริหารประเทศแบบคณะกรรมการ ที่มีประธานกรรมการ( CEO) คือตัวเขาเอง และให้ถือว่าประเทศไทยเป็นบริษัทๆหนึ่ง ทุกกระทรวงต้องบริหารไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีนโยบายแยกส่วน นั่นหมายความว่า รมต. คลังก็ดี พาณิชย์ก็ดี สมัยที่นายสมคิดเป็น ไม่ได้บริหารตามแนวคิดของ นายสมคิด แต่บริหารตามนโยบาย และยุทธวิธีของพรรค...
-
สุดท้ายก็ต้องดูว่า อำนาจที่นายสมคิดได้มาเที่ยวนี้ เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าได้มาไม่ครบก็ไปไม่รอดแน่นอน แต่ถ้าได้มาครบ นายสมคิดก็คือ นายกรัฐมนตรีดีๆนี่เอง

 
Top