หญิงอังกฤษเผยประสบการณ์ตามหาพ่อชาวเซี่ยงไฮ้
อีวอนน์ โฟลีย์ บอกเล่าประสบการณ์การตามหาพ่อชาวจีนที่พบรักกับแม่ของเธอระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทหารเรือให้กับกองเรือสินค้าอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วต้องพลัดพรากจากภรรยาและลูกน้อยไปด้วยนโยบายของทางการอังกฤษที่ส่งตัวทหารเรือต่างชาติกลับประเทศภายหลังสงครามสิ้นสุดลง
อีวอนน์ เล่าว่า พ่อชาวเซี่ยงไฮ้ของเธอมีชื่อว่า “หนาน ยัง” ตอนที่พ่อกับแม่ของเธอพบกันในเมืองลิเวอร์พูลเมื่อปี ค.ศ. 1943 นั้น พ่อเป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ส่วนแม่ก็ทำงานในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องสิ้นสุดลงเมื่อพ่อถูกส่งตัวกลับประเทศเมื่อปี ค.ศ. 1946
พ่อของอีวอนน์ เป็นหนึ่งในทหารเรือจีนหลายพันนายที่ถูกเกณฑ์จากนครเซี่ยงไฮ้, สิงคโปร์ และฮ่องกง ไปทำงานบนกองเรือสินค้าของกองทัพอังกฤษที่ขนส่งน้ำมัน, อาหาร และวัตถุดิบอื่นๆไปช่วยอังกฤษในการทำสงคราม ซึ่งโดยทั่วไปทหารเรือชาวจีนมักรับหน้าที่ลูกเรือประจำห้องเครื่อง เพราะมีชื่อเสียงเรื่องทักษะทางการช่าง
อีวอนน์ บอกว่า แม้สมัยนั้นสังคมจะไม่ยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างชาวอังกฤษกับคนต่างชาติ ทำให้หญิงชาวอังกฤษจำนวนมากลังเลใจที่จะแต่งงานกับชาวต่างชาติเพราะเสี่ยงที่จะสูญเสียสัญชาติ, สิทธิการเลือกตั้ง รวมทั้งสิทธิการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ แต่แม่ของเธอซึ่งขณะนั้นมีอายุ 18 ปีกลับเลือกที่จะออกจากบ้านในเมืองลิเวอร์พูลซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญและเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวจีน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตคู่กับพ่อของเธอที่เมืองฮัลล์ เพราะเชื่อว่าพ่ออาจมีโอกาสและช่องทางในอาชีพการเดินเรือที่นั่น
ในเดือน พ.ค. ปีค.ศ.1945 แม่ก็ตั้งท้องอีวอนน์ แต่แล้วพ่อก็หายหน้าไปก่อนที่เธอจะเกิดเพียงไม่กี่เดือน เพราะรัฐบาลอังกฤษดำเนินมาตรการส่งทหารเรือต่างชาติกลับประเทศหลังจากสงครามสิ้นสุดลง โดยกระบวนการที่ทำกันอย่างไม่โปร่งใสนั้น ทำให้ทหารเรือจีนจำนวนมากซึ่งรวมถึงพ่อของอีวอนน์จำต้องทิ้งภรรยาและลูกไว้เบื้องหลัง โดยในช่วงต้นของสงครามมีทหารเรือชาวจีนในเมืองลิเวอร์พูลราว 20,000 นาย แต่ในเดือน ก.ค. ปีค.ศ.1946 มีทหารเรือจีนถูกส่งตัวกลับประเทศเกือบ 5,000 นาย เพราะรัฐบาลเป็นห่วงเรื่องการฟื้นฟูประเทศภายหลังสงคราม ส่งผลให้ภรรยาทหารเรือชาวจีนจำนวนมากต้องมีความเป็นอยู่อย่างอัตคัดเพราะขาดเสาหลักของครอบครัว
แม้จะรู้เรื่องพ่อชาวเซี่ยงไฮ้มาตลอด แต่อีวอนน์ ก็ไม่ได้คิดจะตามหาพ่ออย่างจริงจัง หรือค้นหาคำตอบว่าเหตุใดพ่อจึงทอดทิ้งเธอกับแม่ไป เพราะเคารพต่อพ่อเลี้ยงของเธอ แต่จุดหักเหในชีวิตของอีวอนน์ เกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2005 หลังจากได้ฟังรายการสารคดีของสถานีวิทยุ บีบีซีเรดิโอ 4 เกี่ยวกับทหารเรือชาวเซี่ยงไฮ้ที่ถูกบังคับให้กลับประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นอีวอนน์ ก็ตั้งใจที่จะสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพ่อให้ได้มากที่สุด โดยติดต่อมายังบีบีซีแล้วเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสืบหาข้อมูลจากหอจดหมายเหตุทั้งในนครเมลเบิร์น, ซิดนีย์, กรุงแคนเบอร์รา ของออสเตรเลีย และนครเซี่ยงไฮ้
แม้จะยังไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของตนแต่อีวอนน์ บอกว่า เธอได้ค้นพบพ่อในตัวเอง อย่างที่แม่บอกอยู่เสมอว่าเธอมีบุคลิกและลักษณะเหมือนพ่อชาวเซี่ยงไฮ้หลายอย่าง
เมื่อปี 2006 อีวอนน์ ได้นำแผ่นป้ายจารึกไปติดไว้ตามท่าเรือในเมืองลิเวอร์พูล โดยมีคำจารึกทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาจีนที่เขียนว่า “แด่เหล่าทหารเรือจีนที่รับใช้ประเทศนี้เป็นอย่างดี” และ “แด่ภรรยาและคู่รักที่ไม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามีของตน แด่เด็กๆที่ไม่เคยได้รู้จักพ่อของตัวเอง”
ภาพประกอบ: อีวอนน์ โฟลีย์ (บน) ทหารเรือและกะลาสีชาวจีนในอังกฤษ (ล่างซ้ายและกลาง) ซุ้มประตูไชน่าทาวน์ในเมืองลิเวอร์พูล (ล่างขวา)








 
Top