สองมุมมองต่อรัฐบาลปรับ ครม. เศรษฐกิจ จาตุรนต์ชี้ไม่ช่วยแก้ปัญหา เพราะยังใช้ข้าราชการประจำ คนมีความสามารถทำงานลำบาก ด้านอดีตบอร์ด ธปท. เห็นต่าง มองทีมใหม่มีความสามารถด้านการตลาด แต่ในระยะยาวอาจไม่ช่วยเศรษฐกิจมากนัก เพราะขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า การปรับครม. ครั้งนี้เน้นเรื่องปริมาณ คือปรับตำแหน่งจำนวนมาก แต่โดยรวมแล้วคุณภาพยังไม่ดีขึ้น พร้อมวิจารณ์ว่าทีมเศรษฐกิจที่ปรับเข้ามาใหม่นั้น ยังอาศัยข้าราชการประจำจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้มีข้อจำกัดในการคิดนโยบาย และเขาเห็นว่า คนนอกที่เพิ่งเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีในครม. ชุดใหม่นี้จะต้องเผชิญปัญหาใหญ่ 2 ด้านคือ ต้องอยู่ใต้กรอบการบริหารที่ไม่มีทิศทางนโยบายที่ชัดเจนมาแต่ต้น และไม่เป็นที่ยอมรับต่อระบบการปกครองจากประชาคมโลกที่ส่วนใหญ่เป็นประชาธิปไตย ทำให้การเจรจาต่อรองกับต่างประเทศเป็นไปได้ลำบาก ดังนั้นแม้บางคนจะมีความรู้ความสามารถ ก็น่าจะอยู่ในสภาพทำงานได้ยาก เพราะมาไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา และผิดระบบ
“โดยรวมการปรับครม.ครั้งนี้ จึงอยู่ในสภาพติดกับระบบอำนาจนิยม ที่กำลังจ่ายค่าเสียหายให้กับการยึดอำนาจมาโดยมิชอบ และการพยายามรักษาอำนาจไว้อย่างไม่ชอบธรรม ไม่อาจคาดหวังได้ว่าจะแก้ปัญหาของประเทศได้ดีขึ้น” นายจาตุรนต์กล่าว
ด้าน ผศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นว่า ทีมของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่นี้น่าจะช่วยเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน แก้ปัญหาการส่งออกตกต่ำ และเดินสายสร้างความเชื่อมั่นได้ดี เพราะหลายคนมีความชำนาญในด้านการตลาด อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้บ้าง แต่ไม่มีนัยยะสำคัญอะไรในระยะยาว เพราะปัญหาเศรษฐกิจและภาวะเศรษฐกิจเป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ซับซ้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองส่งผลกระทบด้วย
“ นอกจากการปรับทีมคนทำงานแล้ว ประเทศจะต้องมียุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมืองควบคู่กันไปด้วย” ดร. อนุสรณ์ กล่าว

 
Top