(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)
สารพัดเหตุผลหนุ่มอินเดียใช้ฟ้องหย่า รวมทั้งข้ออ้าง "เมียปาร์ตี้บ่อย"
อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการหย่าร้างต่ำที่สุดในโลก แต่ปัญหาชีวิตสมรสล่มสลายเริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดาในประเทศนี้ โดยที่ชายชาวอินเดียต่างสรรหาเหตุผลนานาประการมาเป็นข้ออ้างในการฟ้องหย่าขอแยกทางจากภรรยา
บรรดาผู้เชี่ยวชาญบอกว่า คดีฟ้องหย่าส่วนใหญ่ในอินเดียมักอ้างเหตุผลว่า ผู้ฟ้องหย่าถูกกระทำทารุณ ขณะเดียวกันประเด็นความรุนแรงของการทารุณก็เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันมานาน โดยเฉพาะการตัดสินว่า ความชอกช้ำทางจิตใจจะใช้เป็นเหตุอ้างว่ามีการกระทำทารุณในระหว่างการแต่งงานได้หรือไม่
ศาลฎีกาอินเดียบอกว่า ไม่มีหลักการหรือกฎเกณฑ์ตายตัว ในการตัดสินเรื่องเหตุทารุณกรรมทางจิตใจระหว่างคู่สมรส และด้วยคำจำกัดความทางกฎหมายแบบกว้างๆ ทำให้ศาลอินเดียต้องพิจารณาคดีตามการตีความแปลกๆว่า อะไรบ้างที่เข้าข่ายการกระทำทารุณ ซึ่งบางครั้งไม่ใช่การทารุณต่อร่างกาย
ผู้เชี่ยวชาญได้ยกตัวอย่างคดีเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ศาลสูงในนครมุมไบกลับคำพิพากษาของศาลครอบครัวเมื่อปี 2554 ที่อนุมัติการฟ้องหย่าของกะลาสีเรือคนหนึ่งซึ่งอ้างว่า ภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันมาตั้งแต่ปี 2542 ออกงานปาร์ตี้บ่อยเกินไป โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทารุณรูปแบบหนึ่ง
อย่างไรก็ตามศาลสูงมีคำวินิจฉัยว่า ชายวัย 42 ปีผู้นี้ก็มีพฤติกรรมชอบไปงานเลี้ยงสังสรรค์เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ถือว่า เขาเป็นเหยื่อของการทารุณกรรมไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ทำให้คำร้องขอฟ้องหย่าด้วยเหตุผลดังกล่าวฟังไม่ขึ้น ผู้พิพากษายังบอกด้วยว่า การสังสรรค์ในระดับหนึ่งเป็นเรื่องที่สามารถยอมรับได้ในสังคมปัจจุบัน
การแต่งงานที่ปราศจากความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างคู่สมรส ถือเป็นเหตุผลในการฟ้องหย่าอันดับต้นๆของโลก แต่เมื่อปีก่อนชายคนหนึ่งในนครมุมไบกลับยื่นฟ้องหย่าภรรยา เพราะเธอต้องการมีเพศสัมพันธ์มากเกินไปและไม่รู้จักพอ นับแต่แต่งงานกันเมื่อปี 2555 นอกจากนี้ยังบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย แม้ว่าเขาจะป่วย อีกทั้งขู่ว่าจะไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นหากเขาไม่ยอมทำตาม ชายคนดังกล่าวอ้างว่า พฤติกรรมที่โหดร้ายทารุณและความก้าวร้าวดื้อรั้นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเธอ ทำให้ใช้ชีวิตคู่ด้วยลำบาก ด้วยเหตุนี้ศาลนครมุมไบจึงอนุมัติคำฟ้องหย่าดังกล่าว
อีกรายเป็นกรณีของชายคนหนึ่งที่ฟ้องหย่าโดยอ้างว่า การที่ภรรยานุ่งกางเกงและเสื้อเชิ้ตไปทำงานแทนที่จะสวมชุดประจำชาติอินเดียนั้น เป็นการกระทำทารุณแบบหนึ่ง ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานใจให้แก่เขา โดยศาลครอบครัวอนุมัติคำร้องของเขาเมื่อ 3 ปีก่อน แต่เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลสูงในนครมุมไบได้กลับคำพิพากษา โดยชี้ว่าการอ้างเหตุผลเรื่องถูกทำทารุณไม่ควรถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อ
ขณะเดียวกันการแต่งงานด้วยวิธีคลุมถุงชนยังเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันทั่วไปในอินเดีย แต่ชายคนหนึ่งต้องการยุติชีวิตคู่กับภรรยาด้วยข้ออ้างสุดพิสดารที่ว่า สิว และตุ่มหนองบนใบหน้าของเธอ เป็นอุปสรรคต่อการเป็นสามีภรรยากัน“โดยสมบูรณ์” ระหว่างการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เมื่อปี 2541 ต่อมาในปี 2545 ศาลครอบครัวในนครมุมไบอนุมัติคำร้องดังกล่าว โดยระบุว่า ฝ่ายภรรยาหลอกลวงสามีด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคผิวหนังของเธอ แม้แพทย์จะบอกกับศาลว่า อาการของฝ่ายภรรยาสามารถรักษาได้และไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเพศของทั้งคู่
ส่วนอีกคดีเกิดขึ้นเมื่อปี 2528 โดยศาลสูงเมืองอัลลาฮาบัด พิพากษายืนตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่อนุมัติคำฟ้องหย่าของสามี เพราะเห็นว่าพฤติกรรมที่ภรรยาไม่ยอมจัดหาน้ำชามาเลี้ยงเพื่อนสามี ได้สร้างความอับอายแก่เขา ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์โดยที่สามีไม่ทราบ ถือเป็นการทารุณทางจิตใจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ในการฟ้องหย่า

 
Top