การสืบหามือระเบิดศาลพระพรหมคืบหน้าหรือมีแต่ความพร่ามัว
เป็นเวลาสี่วันมาแล้วหลังจากเกิดเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า120 คน ทว่าขณะนี้การสืบสวนสอบสวนหาตัวมือระเบิดดูจะไร้ความชัดเจน
โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ที่กรุงเทพฯ บอกว่า ทางการออกมาสรุปว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายสากล เรื่องนี้มาจากปากคำของ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่พูดทางโทรทัศน์ว่าจากการหารือของหน่วยงานความมั่นคงของไทยกับพันธมิตรหลายชาติและทำให้ได้ข้อสรุปดังกล่าว พ.อ.วินธัยยังให้เหตุผลที่กรณีนี้ไม่น่าจะเชื่อมโยงกับชาวอุยกูร์ที่ไทยส่งตัวกลับไปให้จีนเมื่อเดือนที่แล้วเพราะนักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่เป้าหมายหลักของการก่อเหตุ
เฮดคาดว่า หน่วยงานความมั่นคงของชาติพันธมิตรที่ไทยหารือด้วยนั้นน่าจะหมายถึงจีนกับสหรัฐ ซึ่งในกรณีของสหรัฐนั้นแม้จะเคยร่วมมือกันในด้านข่าวกรองและตำรวจแต่หลังรัฐประหารความสัมพันธ์ก็ตึงเครียด ถ้อยแถลงครั้งเดียวของสหรัฐหลังเกิดเหตุระเบิดก็ระบุว่าไทยไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ แต่เขาเชื่อว่าไทยจะต้องขอข้อมูลข่าวกรองจากสหรัฐเกี่ยวกับเครือข่ายอัลไคดาและกลุ่มรัฐอิสลาม
“หากพันธมิตรที่ไทยหารือด้วยไม่ชี้ว่าระเบิดหนนี้เป็นฝีมือของกลุ่มซึ่งจัดตั้งมาเป็นเวลานาน ก็เหลือความเป็นไปได้แค่สองทาง คือกองกำลังข้ามชาติที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก หรือกลุ่มผู้ก่อเหตุในไทยเอง”
แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้เฮดเห็นว่าขึ้นกับศักยภาพในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งที่ผ่านมามีการให้ข้อมูลที่สับสนและขัดแย้งกันเองของเจ้าหน้าที่ต่างหน่วยงาน ขณะที่การจัดการกับพยานหลักฐานก็มีข้อน่าสังเกตหลายจุด เช่น ไม่ปิดกั้นจุดเกิดเหตุอยู่หลายชั่วโมง แต่หลังจากนั้นก็มีการทำความสะอาดพื้นที่รอบศาลพระพรหมอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง หลุมระเบิดถูกโบกปูนทับแทนที่จะปล่อยเอาไว้สำหรับการพิสูจน์หลักฐาน และแม้จะมีกล้องวงจรปิดหลายตัวรอบศาลพระพรหมแต่ตำรวจก็ยังล่าช้าไม่สามารถระบุชื่อและเชื้อชาติของผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดได้
“ไม่มีความชัดเจนเลยว่าการสอบสวนคนที่ได้ติดต่อกับผู้ต้องสงสัยนั้นทำกันอย่างเป็นระบบแค่ไหน มีการใช้ข้อมูลอย่างบันทึกการเข้าเมืองละเอียดถี่ถ้วนเพียงใด เจ้าหน้าที่ไม่รู้แม้แต่ว่าผู้ต้องสงสัยยังอยู่ในประเทศหรือไม่ นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป แต่ไม่ได้บอกเลยว่ามีหลักฐานอะไรถึงได้ตัวเลขมาเช่นนั้น”
เฮดบอกด้วยว่าที่ผ่านมาตำรวจไทยถูกมองว่าไร้ศักยภาพและทำงานไม่เป็นระบบ โดยเฉพาะจากคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า แต่สำหรับคดีนี้ซึ่งมีขอบเขตความรุนแรงมากกว่า ตำรวจน่าจะทำงานได้ดีกว่า แต่เฮดก็เห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะกล่าวเช่นนั้น





 
Top