โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงกรณีระเบิดศาลพระพรหม ยังไม่ตัดประเด็นกลุ่มเกรย์วูลฟ์แต่ต้องสอบสวนตามแนวทางที่มีก่อน
เช้าวันนี้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงกรณีระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ ได้สอบปากคำคนขับแท็กซี่แล้ว ขอกรุงเทพมหานครส่งข้อมูลกล้องวงจรปิด หากกล้องไม่เสีย ไม่ปฏิเสธทฤษฎีนักวิเคราะห์แอนโธนี เดวิส ด้านเพจลวงปล่อยข่าวระเบิดจับตัวได้เป็นวัยรุ่นวัย 17 ที่สุพรรณบุรี ขณะที่ประเด็นแฮ็กเว็บไซต์หน่วยงานราชการเบื้องต้นเห็นว่าไม่โยงกลุ่มก่อเหตุระเบิด
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ ขณะนี้ได้สอบปากคำคนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้ต้องหาแล้ว และขอความร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานครและเอกชนที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแนวเส้นทางการเดินทางของผู้ต้องหา
“ถ้าระหว่างเส้นทางดังกล่าว มีกล้องที่ไม่เสีย ขอความร่วมมือส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย”
ส่วนกรณีข้อสมมติฐานของนายแอนโทนี เดวิส นักวิเคราะห์ประจำประเทศไทยของกลุ่มไอเอชเอส - เจนส์ ซึ่งเป็นกลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลด้านข่าวความมั่นคงและการทหาร นั้นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่าเป็นกรณีที่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ ก็เป็นเรื่องต้องรับฟังไว้ สำหรับกลุ่มเกรย์วูลฟ์ ซึ่งนายแอนโทนี เดวิส กล่าวว่าเป็นสนับสนุนอุยกูร์อย่างมากและมีบทบาทอยู่แถวหน้าในการประท้วงและเข้าโจมตีสถานทูตไทยในตุรกีหลังเหตุการณ์ไทยส่งอุยกูร์ให้จีนนั้น เบื้องต้นยังไม่เคยมีข้อมูลการเข้ามาในประเทศไทย
“ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้เกียรติคุณแอนโธนี แต่ยังไม่ได้ให้น้ำหนัก เราวิเคราะห์ตามพยานหลักฐานของเราก่อน” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงและระบุว่าจากแนวทางสืบสวนสอบสวนจะยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวถึงกรณีเฟซบุ๊กเพจลวงสร้างข่าวระเบิดที่จ.สุพรรณบุรี โดยระบุว่า จากการสอบสวน นายเจมส์ นามสมมติ อายุเพียง 17 ปีอาศัยในอพาร์ทเมนท์ใน จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 20-21 สิงหาคม 2558 โดยระบุว่าจะมีการวางระเบิด 5 จุด เริ่มที่ จ.สุพรรณบุรี เป็นการกระทำด้วยความคึกคะนอง สอบสวนแล้วไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่กรุงเทพฯ และย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อหลักเท่านั้น รวมถึงระวังในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์วางระเบิด ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด หรือข้อมูลข่าวสารอื่นๆ ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนก หรือความวุ่นวายในหมู่ประชาชน ซึ่งการโพสต์ข้อความเหล่านั้นอาจเป็นความผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับและอาจเป็นความผิดประมวลกฎหมายอาญาด้วย และขอให้ผู้ที่คิดกระทำการดังกล่าวควรไตร่ตรองให้รอบคอบและล้มเลิกความคิดนั้นเสีย เพราะทำให้หน่วยงานความมั่นคงไขว้เขว ต้องมาแบ่งกำลังมาตรวจสอบกรณีการโพสต์ข่าวลวง
สำหรับการแฮ็กเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการต่างๆ ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ขณะนี้น่าเชื่อว่าเป็นโปรแกรมเมอร์กลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ และตรวจสอบแล้วห่างไกลจากกลุ่มที่วางระเบิดและเป็นคนละกลุ่มกับที่เคยแฮ็กเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
