ผลวิจัยใหม่ชี้ จีนปล่อยคาร์บอนไดอ็อกไซด์สู่บรรยากาศน้อยกว่าที่เชื่อกัน
ผลการวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ระบุว่า จีนไม่ได้เป็นผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ออกสู่บรรยากาศมากเท่าที่เคยเชื่อกันมา โดยความผิดพลาดในการคำนวณก่อนหน้านี้ ทำให้มีการรายงานปริมาณคาร์บอนไดอ็อกไซด์ที่จีนปล่อยสู่บรรยากาศสูงกว่าความเป็นจริงไปถึงร้อยละ 14 ในช่วงกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การคำนวณที่ผิดพลาด มาจากการวางสมมติฐานว่า จีนใช้ถ่านหินชนิดเดียวกับที่ใช้ในประเทศพัฒนาแล้ว คือถ่านหินบิทูมินัสที่มีคุณภาพสูงกว่า ซึ่งถ่านหินชนิดนี้จะปล่อยคาร์บอนไดอ็อกไซด์ออกสู่บรรยากาศในปริมาณมากกว่า อย่างไรก็ตาม ถ่านหินส่วนใหญ่ที่จีนใช้ในการผลิตไฟฟ้านั้น เป็นถ่านหินชนิดสีน้ำตาลที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งจะปล่อยคาร์บอนไดอ็อกไซด์ได้น้อย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการแก้ไขสถิติดังกล่าวแล้ว จีนก็ยังคงเป็นผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดของโลก เนื่องมาจากการขยายตัวของการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยจีนสร้างสถานีผลิตไฟฟ้าพลังถ่านหินเพิ่มสัปดาห์ละ 1.5 แห่งโดยเฉลี่ยมาตั้งแต่ปี 2007 และปล่อยคาร์บอนไดอ็อกไซด์ถึง 2.9 กิกะตันระหว่างปี 2000 - 2013
