กสทช. หน้าด้านกว่านี้มีอีกไหม
................
ข้างล่างคือเนื้อหาที่ประชุม กสท.มีมติให้สำนักงาน กสทช.มีคำสั่งทางปกครองเตือนให้สถานีโทรทัศน์ปรับปรุงการออกอากาศรายการ และมอบหมายคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ได้เชิญผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจการนำคลิปวิดีโอมาเผยแพร่ออกอากาศ
...................
ประชุมยังมีมติให้สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือแจ้งเตือนบริษัท พีแอนด์พีชาแนล กรณีการออกอากาศรายการช่อง 1TV ได้แก่ รายการเส้นผมบังภูเขา ออกอากาศวันที่ 6 พ.ค. เวลา 09.00-10.00 น. และรายการแฉกระจาย ออกอากาศวันที่ 19 มิ.ย. และวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 09.00-10.00 น. ซึ่งมีเนื้อหาเปรียบเทียบและวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของรัฐบาลแต่ละยุค ซึ่งที่ประชุม กสท.เห็นว่าไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการให้ข้อมูลฝ่ายเดียว อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในหมู่ประชาชน ขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 จึงมีมติให้ออกหนังสือเตือน
ประชุมยังมีมติให้สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือแจ้งเตือนบริษัท พีแอนด์พีชาแนล กรณีการออกอากาศรายการช่อง 1TV ได้แก่ รายการเส้นผมบังภูเขา ออกอากาศวันที่ 6 พ.ค. เวลา 09.00-10.00 น. และรายการแฉกระจาย ออกอากาศวันที่ 19 มิ.ย. และวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 09.00-10.00 น. ซึ่งมีเนื้อหาเปรียบเทียบและวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของรัฐบาลแต่ละยุค ซึ่งที่ประชุม กสท.เห็นว่าไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการให้ข้อมูลฝ่ายเดียว อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในหมู่ประชาชน ขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 จึงมีมติให้ออกหนังสือเตือน
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่า รายการดังกล่าวยังมีเนื้อหามีเรื่องการโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงให้คณะอนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการโฆษณาว่า การโฆษณาขัดต่อกฎหมายหรือไม่อย่างไร และให้คณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ เชิญผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจถึงเนื้อหารายการที่เหมาะสม
รวมไปถึงกรณีการออกอากาศรายการ Tonight Thailand ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง Voice TV เมื่อเวลา 21.00-22.45 น. วันที่ 13 ก.ค. ได้นำเสนอเรื่อง มาตรา 116 กลายเป็นเครื่องมือเพื่อศาลทหาร ที่ประชุม กสท.เห็นว่า อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ว่ามีการนำมาตรา 116 มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 จึงมีมติให้ออกหนังสือเตือนเช่นกัน
กสทช.ร่อนจม.เตือน"Voice-ช่อง7-P&P Channel"
เนื้อหารายการขัด ม.37-ประกาศคสช.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1440479885
เนื้อหารายการขัด ม.37-ประกาศคสช.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1440479885
...............
ถ้าเนื้อหาอย่างนี้ผิดก็ไม่ต้องทำข่าว อ่านข่าวกันแล้ว เอาข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ สำนักข่าวไทย มาใช้ก็ได้ ปัญหาคือ กสทช. เสวยสุขด้วยค่าต๋ง ของผุ้ประกอบการจำนวนมหาศาล แทนที่จะคุ้นครองผุ้ประกอบการและสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่้าวสารของประชาชน กสทช. กลับทำหน้าที่ กบว. คอยเซ็นเซอร์ข่าววหารเพื่อเชลียร์คณะรัฐประหาร เพือ่หวังผลอย่างเดียวคือ คณะรัฐประหารจะไม่ยึด/ยุบ กสทช.
รับรองได้ว่าจะมีคนอย่าง สุภิญญา กลางณรงค์ ออกมาดราม่าไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว แล้วก็นั่ง กสทช. ต่อไป เพื่อตัวเองและพวกพ้องที่หากินใน กสทช .
หน้าด้านกว่านี้มีอีกไหม
