“ดือลี” ช้างร่วมแสดงในหนัง Anna and the King เข้าพิธีตัดงาที่นราธิวาส นญีบ บิน อาห์หมัด นักวิจัยด้านสังคมมานุษยวิทยาในนราธิวาสหยิบเรื่องราวของการตัดงาช้างมาเล่าให้แฟนเพจบีบีซีไทยได้รับรู้ถึงพิธีแบบมลายูที่เก่าแก่น่าสนใจไม่แพ้ตัวช้าง
สำหรับรูปหลังสุดคือรูปจากในหนัง และข้างล่างนี้คือข้อเขียนจากนญีบ
พิธีตัดงาช้างมลายู
ถึงแม้ว่าใครๆจะบอกว่าช้างเป็นสัตว์ประจำประเทศไทย แต่เมื่อเอ่ยถึงช้างคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงช้างสุรินทร์ ปางช้างอยุธยาและโรงเรียนสอนช้างที่ลำปาง น้อยคนจะนึกถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งๆที่เคยมีการจับช้างเผือกจากป่าแถบนี้ได้ถึง 2 เชือก เป็นช้างเผือกเชือกที่ 3 และเชือกที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน คือ พระเศวตสุรคชาธารฯ เป็นช้างที่ นายเจ๊ะเฮง หะระดี กำนันตำบลการอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เจอ และได้จัดพิธีสมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2511 ในปัจจุบันพระเศวตสุรคชาธารได้ล้มแล้ว ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต ใน พ.ศ. 2520 และอีกเชือกหนึ่งคือพระศรีนรารัฐราชกิริณีฯ เป็นลูกช้างที่นายมายิ มามุ พบที่เทือกเขากือซา สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2520
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2558 ได้มีการทำพิธีตัดงาช้างมลายู ที่บ้านลาโละ ตำบลสาคอ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ซึ่ง “ดือลี” ช้างหนุ่มวัย 40 ปีตัวนี้ เคยแสดงหนังเรื่อง Anna and the King เคยตัดงามาสองครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นการตัดครั้งที่ 3
พิธีเริ่มขึ้นในตอนเช้าด้วยการพาช้างไปอาบน้ำอาบน้ำที่ลำธาร เมื่อได้เวลาที่เหมาะสมหมอช้างก็จะวัดหาระยะที่จะตัด เพราะหากตัดลึกเกินไปจะกระทบกับเส้นประสาทช้าง ทำให้เป็นโพรงและเกิดเน่าได้ โดยการดูระยะจากเส้นลายที่ปรากฏบนงาช้าง และขีดก่อนจะนำช้างไปทำพิธีตัดงาในบริเวณที่เตรียมไว้
เมื่อหมอช้างจะตัดงาช้าง หมอช้างจะนำน้ำที่เตรียมในพิธี อันประกอบไปด้วย น้ำดอกไม้หลากหลายชนิด น้ำแช่เครื่องทอง น้ำแช่ลูกมะกรูด น้ำแช่ “บือลูรู” ซึ่งเป็นเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง และอาหารช้าง เช่น อ้อยและกล้วย ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วผ่านการทำพิธีกรรมเฉพาะทั้งสิ้น
ก่อนการตัดงาช้าง หมอช้างจะป้อนกล้วยและอ้อยที่ผ่านพิธีกรรมมาแล้วให้ช้างกิน จากนั้นควาญช้างก็จะออกคำสั่งให้ช้างนั่งลง ใช้น้ำดอกไม้ที่เตรียมมาราดรดบนหลังช้าง ขั้นตอนต่อไปก็คือการตัดงาช้างตามรอยเส้นที่เขียนไว้ ในระหว่างที่กำลังตัดงาช้างอยู่นั้น ควาญช้างออกคำสั่งให้ช้างยืนและนั่งเป็นระยะๆเพื่อความถนัดและความสะดวกในการตัดงาช้าง โดยที่ช้างไม่แสดงอาการหงุดหงิดหรือเจ็บปวดเลย ช้าง “ดือลี” ยินยอมให้ตัดงาทั้งสองข้างอย่างสงบ เมื่อใช้เลื่อยๆงาช้างจนเกือบจะขาดทั้งสองข้างแล้ว หมอช้างปีนขึ้นขี่คอช้างพร้อมถือท่อนไม้ขนาดพอเหมาะในถือหนึ่งท่อน พร้อมออกคำสั่งให้ช้าง “ดือลี” ยืนขึ้น จากนั้นก็ทิ้งไม้ท่อนนั้นให้โดนปลายงาช้างที่เลื่อยบากจนเกือบจะขาดนั้น ทำให้งาช้างหักขาดจากกันโดยสมบูรณ์ โดยที่หมอช้างที่ทำพิธีเล่าให้ฟังว่าการทำเช่นนี้ “เป็นเคล็ดอย่างหนึ่ง ที่ทำเสมือนว่างาหักเพราะโดนไม้ ไม่ใช่เกิดจากการที่เราไปตัด” จากนั้นหมอช้างก็จะใช้น้ำที่เหลือจากการรดงาช้างตอนเลื่อยงาช้างนั้น มาทำเป็นน้ำมนต์พรมให้ช้างและคนที่อยู่ในบริเวณนั้น
ชาวบ้านหลายๆคนเชื่อว่า การเอาน้ำที่ใช้รดงาขณะที่กำลังตัดอยู่นั้น มาใช้ล้างหน้าและลูบตา จะทำให้รักษาอาการตาฟางได้ ทำให้หลายๆคนหาขวดเล็กๆเพื่อใช้บรรจุน้ำนั้น กลับไปให้ตายายที่บ้านใช้ลูบตา และหลายๆคนก็ใช้น้ำนั้นล้างหน้าลูบตาที่ตรงนั้นเลย
การตัดงาช้างเท่าที่สอบถามจากบรรดาควาญช้าง เจ้าของช้างและหมอช้าง ทำให้ทราบว่า การตัดงาช้างนั้นทำขึ้นเพื่อให้ช้างใช้งวงได้สะดวก สามารถหยิบจับอาหารได้ง่าย เพราะช้างบางเชือกมีงาที่ยาวจนไขว้กัน ทำให้ช้างใช้ชีวิตประจำวันลำบาก หรือจากกรณีที่ช้างดุ เคยทำร้ายคนก็จะตัดงาเพื่อให้ความดุร้ายลดลง และอีกกรณีหนึ่งก็เพื่อกันไม่ให้มิจฉาชีพมาวางยาช้างเพื่อลักลอบตัดงาช้างไปขาย ซึ่งจะทำให้ช้างได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต
งาของช้าง “ดือลี” ที่ผ่านการตัดแล้ว ชั่งน้ำหนักทั้งสองข้างได้ 11 กิโลกรัม ซึ่งสามารถขายได้ในราคาหลายแสนบาท เจ้าของช้างเล่าให้ฟังว่าอีกประมาณ 5 ปี งาช้างก็จะงอกยาวเท่าเดิม เพราะช้างที่นี่มีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์จากป่าธรรมชาติ และช้างกำลังอยู่ในวัยหนุ่ม ทำให้งาช้างงอกได้เร็ว
และในวันเดียวกันนี้ “ดือลี” ได้รับการฝัง Microchip เพื่อการกำหนดรายละเอียดของช้างและเจ้าของด้วย โดยเจ้าของช้างได้เชิญปศุสัตว์อำเภอมาทำการฝัง Microchip เพื่อการป้องกันการถูกลักขโมยช้างด้วย เพราะหลังจากที่ช้างถูกตัดงาให้สั้นลง ความดุร้ายของช้างก็จะลดลงไปด้วย อาจจะทำให้มิจฉาชีพสามารถเข้าใกล้ช้างได้มากกว่าเดิม และช้างจะไม่ค่อยป้องกันตัวเองจากควาญแปลกกลิ่นจนทำให้โขมยสามารถที่จะขโมยช้างไปขายได้