0

ออสซี่เผยรายงานใหม่โศกนาฏกรรม MH370 จากผลวิเคราะห์ดาวเทียม และซากเครื่องบินที่พบ ชี้เครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ดิ่งลงสู่มหาสมุทรอินเดีย ด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีนักบินควบคุม อีกทั้งปีกของซากเครื่องบินที่พบ ยังไม่อยู่ในตำแหน่งสำหรับลงจอด

เมื่อ 2 พ.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงาน สำนักงานความปลอดภัยขนส่งของออสเตรเลีย (ATBS) ซึ่งเป็นแกนนำในการไขปริศนาโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 (เอ็มเอช 370) กัวลาลัมเปอร์-ปักกิ่ง หายไปอย่างลึกลับตั้งแต่ มี.ค.57 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต ได้เสนอรายงานใหม่จำนวน 28 หน้า เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ระบุจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม บ่งชี้เพิ่มเติมว่า เครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์สลำนี้ บินในระดับสูงและดิ่งลงด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบไร้การควบคุม สู่มหาสมุทรอินเดีย


สำนักงานความปลอดภัยขนส่งของออสเตรเลีย ระบุด้วยว่า ซากชิ้นส่วนปีกเครื่องบินของเที่ยวบิน MH370 ส่วนที่เรียกว่า ‘wing flap’ สำหรับช่วยเพิ่มแรงยก ซึ่งติดตั้งตั้งอยู่ที่ชายปีกหลังด้านใน ติดกับลำตัวเครื่องบิน คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่สืบสวนให้ความสนใจ เพราะซากปีกส่วนนี้ที่พบไม่อยู่ในตำแหน่งสำหรับการลงจอดของเครื่องบิน

ทั้งนี้ รายงานใหม่ของ ATBS ในครั้งนี้ ถือเป็นการสนับสนุนการตั้งข้อสันนิษฐานของสำนักงานแห่งนี้ที่มีมานานแล้วว่า เครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์สดิ่งลงสู่มหาสมุทรอินเดียด้วยความเร็วสูง โดยไม่มีนักบินควบคุม หลังจากน้ำมันหมด


ขณะที่ บีบีซีระบุว่า รายงานดังกล่าวของ ATBS ได้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม, การจำลองเส้นทางบิน และการวิเคราะห์ซากชิ้นส่วนที่คาดว่าเป็นของ MH370 โดยรายงานนี้ได้ถูกนำเสนอต่อสาธารณชนระหว่างที่ทีมเจ้าหน้าที่การบินนานาชาติและผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมาประชุมกันที่กรุงแคนเบอร์รา เพื่อหารือถึงขั้นตอนต่อไปในการค้นหาเที่ยวบิน MH370.


แสดงความคิดเห็น

 
Top