0

'การแพทย์ฉุกเฉิน' เตือนเปิดแอร์นอนในรถและปิดกระจก อาจทำให้เสียชีวิต

Posted: 09 Nov 2016 10:24 PM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

เลขาธิการสพฉ. เตือนประชาชนถึงภัยเงียบจากการเปิดแอร์นอนในรถและปิดกระจก อาจทำให้เสียชีวิตจากก๊าซ คาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้อวัยวะภายในร่างกายทุกส่วนล้มเหลวได้ พร้อมแนะก่อนเดินทางควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อม และไม่ควรนอนในรถยนต์โดยเปิดแอร์ทิ้งไว้


10 พ.ย. 2559 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) รายงานว่า ปัญหาของการเสียชีวิตจากการเปิดแอร์นอนในรถเกิดขึ้นให้เห็นอย่างบ่อยครั้งในบ้านเรา โดยเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ก็เกิดความสูญเสียขึ้นกับคนขับรถแท็กซี่ที่นอนเสียชีวิตพร้อมผู้โดยสารอีกสองคนในขณะที่รถยนต์ยังเปิดเครื่องและเปิดแอร์ทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ออกมาไขความกระจ่างว่าการนอนในรถโดยเปิดแอร์ทิ้งไว้นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจริงหรือไม่ และหากเราต้องการพักผ่อนจากการเดินทางไกลที่เหนื่อยล้าแท้จริงแล้วควรปฏิบัติอย่างไร

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการ สพฉ. ระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้มีผู้ขับขี่รถยนต์เสียชีวิตจากการเปิดแอร์นอนในรถแล้วหลายราย โดยก่อนหน้านี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยออกมาเตือนเรื่องอันตรายจากการจอดรถสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดแอร์นอนไปด้วยนั้นเป็นเรื่องอันตรายและไม่ควรทำแต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังมองข้ามเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้ตามหลักการแล้วหากเราสตาร์ทรถเปิดแอร์แล้ววิ่งขับเคลื่อนบนท้องถนนตามสภาวะปรกติระบบในการเจือจางก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้จากรถยนต์ก็จะถูกเจือจางไปตามอากาศในขณะที่รถขับเคลื่อนจึงไม่ไม่เป็นอันตรายกับร่างกายของเรา

เลขาธิการสพฉ. ระบุเพิ่มเติมว่า แต่ในกรณีที่เราจอดรถเปิดแอร์พร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้และปิดกระจกรถมิดชิดทั้งสี่ด้านนั้นระบบแอร์ของรถยนต์ซึ่งจะต้องดูดเอาอากาศหรืออ๊อกซิเจนจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียนเพื่อกำจัดหรือเจือจางก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ของรถยนต์ทำงานไม่ได้ โดยแอร์จะดูดเอาควันจากท่อเสียรถยนต์เข้ามาแทนอากาศหรืออ๊อกซิเจน ซึ่งในไอเสียของรถยนต์มีทั้งก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นอันตรายต่อร่างการอยู่เป็นจำนวนมาก และเมื่อไม่มีอ๊อกซิเจนหรืออากาศบริสุทธิ์จากภายนอกมาเจือจางจึงทำให้ก๊าซเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของผู้ที่นอนหลับในรถได้อย่างง่าย และเมื่อก๊าซเหล่านี้ไปจับตัวกับสารฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงของเราแทนอ๊อกซิเจนก็จะทำให้เราเสียชีวิตจากการที่อวัยวะภายในร่างกายทุกส่วนล้มเหลวได้

นพ.อนุชา กล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์ ได้กล่าวถึง อันตรายของการสูดดมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ว่า จะทำให้เกิดการระคายเคือง ปวดศีรษะ เซื่องซึม เคลิบเคลิ้ม สั่นกระตุก หายใจติดขัด หมดสติไม่รู้สึกตัว หัวใจเต้นผิดปกติ และมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งเมื่อระบบแอร์ของรถยนต์ดูดก๊าซเหล่านี้เข้ามาเมื่อเรานอนหลับอยู่เราก็จะสูดดมก๊าซเหล่านี้เข้าไปด้วยและจะส่งผลต่อร่างกายของเราโดยทำให้เราค่อยๆ หมดสติจนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตไปในที่สุด

“ดังนั้นประชาชนทุกคนควรศึกษาข้อมูลเหล่านี้ไว้เพื่อที่เราจะต้องไม่เป็นผู้สูญเสียรายต่อไป และสำหรับประชาชนท่านใดที่ต้องเดินทางไกลควรจะวางแผนการเดินทางให้ดี โดยต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกจากนี้ควรศึกษาเส้นทางการเดินทางให้ละเอียดเพื่อย่นระยะเวลาของการเดินทางให้ไวขึ้นและเลือกใช้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัย และควรตรวจเช็คสภาพของรถให้พร้อมทั้งระบบเบรก สภาพเครื่องยนต์ใบปัดน้ำฝน หรือสัญญาณไฟต่างๆ ของรถ และเมื่อรู้สึกง่วงก็ควรที่จะจอดรถนอนหลับพักผ่อนประมาณ 30-40 นาทีในที่ที่เหมาะสมและมีอากาศโปร่งไม่ใช่ที่อับทึบไม่มีอากาศถ่ายเท อาทิ ป้อมตำรวจ ปั๊มน้ำมันที่มีไฟส่องสว่าง เมื่อจอดรถยนต์แล้วก็ควรดับเครื่องยนต์รถ และแง้มกระจกลงเล็กน้อยเพื่อทำให้เกิดการระบายอากาศภายในรถ และควรปรับเบาะรถให้พอดีกับการนอน และอย่าลืมหากบาดเจ็บ หรือป่วยฉุกเฉินให้โทรหาสายด่วน 1669ซึ่งเราพร้อมในการดูแลประชาชนทุกคนในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน” เลขาธิการสพฉ.กล่าว

แสดงความคิดเห็น

 
Top