0
'เครดิตบูโร' เคลียร์ปม 'เบสท์-อรพิมพ์' วืดวีซ่าสหรัฐ ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเอกสารการยื่นขอ
Posted: 15 Nov 2016 11:34 PM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ระบุขอวีซ่าของสหรัฐอเมริกานั้นไม่ต้องยื่นหลักฐานแสดงรายงานข้อมูลเครดิตหรือรายงานเครดิตบูโร การพิจารณาให้ผู้ขอยื่นวีซ่าของสหรัฐอเมริกาจะมุ่งเน้นหลักฐานที่แสดงความผูกพันกับประเทศที่ผู้ขอวีซ่าที่ถือสัญชาติอยู่

ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก Best Orapim

16 พ.ย. 2559 จากกรณีที่สหรัฐปฏิเสธการออกวีซ่าให้กับ เบสท์-อรพิมพ์ รักษาผล นักพูด ที่จะไปพูดเกี่ยวกับเรื่องพระราชกรณียกิจที่นครลอสแอนเจลิส วันที่ 3 ธ.ค. และเมืองบอสตัน วันที่ 5 ธ.ค. ที่จะถึงนั้น และต่อมา ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า อรพิมพ์ เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่นำไปยื่นต่อฝ่ายกงสุลประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแล้ว พบว่าน่าจะเกี่ยวกับหลักฐานทางการเงินของตนไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ได้ทำงานประจำ นอกจากนี้เพิ่งทราบว่ามีชื่อติดเครดิตบูโร จากการที่ไปร่วมกับเพื่อนซื้ออาคารและถอนตัวออกมา คนที่รับช่วงอาจมีปัญหาในการผ่อนจึงทำให้ติดเครดิตบูโรและมีชื่อตนไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ไม่อนุมัติวีซ่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เนื่องจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์การอนุมัติที่กำหนดไว้
ล่าสุดวันนี้ เฟซบุ๊ก 'บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)' โพสต์ข้อความด้วยว่า สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนว่า วิทยากรบรรยายในที่สาธารณะท่านหนึ่งยื่นเอกสารต่อฝ่ายกงสุลประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาแล้วพบว่าไม่ผ่านการพิจารณาด้วยหลักฐานทางการเงินไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ได้ทำงานประจำ นอกจากนี้เพิ่งทราบว่ามีชื่อติดเครดิตบูโร จากการที่ไปร่วมกับเพื่อนซื้ออาคารและถอนตัวออกมา คนที่รับช่วงอาจมีปัญหาในการผ่อนจึงทำให้ติดเครดิตบูโรและมีชื่อไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ไม่อนุมัติวีซ่าเนื่องจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์การอนุมัติที่กำหนดไว้

สุรพล ขอเรียนชี้แจงว่า ทางเครดิตบูโรไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และทีมงานได้ติดต่อไปยังวิทยากรดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เครดิตบูโรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเอกสารการยื่นขอวีซ่า เนื่องจากการขอวีซ่าของสหรัฐอเมริกานั้นไม่ต้องยื่นหลักฐานแสดงรายงานข้อมูลเครดิตหรือรายงานเครดิตบูโร การพิจารณาให้ผู้ขอยื่นวีซ่าของสหรัฐอเมริกาจะมุ่งเน้นหลักฐานที่แสดงความผูกพันกับประเทศที่ผู้ขอวีซ่าที่ถือสัญชาติอยู่ หลักฐานแสดงความผูกพัน ได้แก่ เอกสารรับรองการทำงาน เอกสารทางการเงิน (รายละเอียดบัญชี) เอกสารรับรองทางการศึกษา ฯลฯ

“เครดิตบูโรมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเครดิต ซึ่งมีทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ดีและไม่ดี ตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกส่งให้เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) หรือติดเครดิตบูโร อย่างที่เข้าใจผิดกัน ในเครดิตบูโรไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า Blacklist หรือติดเครดิตบูโร แต่อย่างใดทั้งสิ้น จริงๆ แล้ว Blacklist หรือติดเครดิตบูโร คือความรู้สึกของตัวเราเองกับสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เป็นผลร้าย สิ่งที่เป็นผลเสียต่อตัวเรา ตัวเราเองไม่อยากให้ใครเขารู้-เขาเห็น ยิ่งเป็นคนที่เรากำลังพิจารณาเรื่องของเรา คนที่กำลังพิจารณาว่าจะให้-ไม่ให้อะไรที่เราขอ คนที่กำลังพิจารณาให้คุณ-ให้โทษกับเรา สิ่งที่เป็นผลเสียนี้อาจเป็นสิ่งที่เราทำเองในอดีตจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามเช่น อยากได้เลยไปกู้มาซื้อต่อมาจ่ายเงินตามสัญญาไม่ได้เลยเกิดประวัติการค้างชำระ หรือเป็นสิ่งที่คนอื่น เช่น ญาติพี่น้องมาทำให้เกิดในประวัติของเราเช่นใช้ชื่อเราไปกู้แล้วไม่จ่าย หวยเลยมาออกที่เรา งานเข้าที่เราเป็นต้น หรือเราเคยเล่นมาก กิจกรรมเยอะตอนเรียนเลยทำให้บางวิชาได้เกรด D ทั้งที่เรียนดีมาโดยตลอด เวลาจะไปสมัครงานก็กังวล ก็กลัวคนสัมภาษณ์จะมาเห็น-มาถาม เป็นต้น ความรู้สึกหงุดหงิด โกรธ ไม่ชอบกับสิ่งนี้คืออารมณ์ คำถามที่สำคัญก็คือ “ใครเป็นคนทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่อาจเป็นผลร้าย สิ่งที่อาจเป็นผลเสียต่อตัวเรา ต่อประวัติของเรา”พูดง่ายๆ ใครเป็นคนทำให้เรามีประวัติไม่ค่อยดีในสมุดพกพฤติกรรมของตัวเรา” สุรพลกล่าว เพิ่มเติม 

แสดงความคิดเห็น

 
Top