0
ผลวิจัยพบโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงในสหรัฐฯ ส่งผลต่อการเลือกพรรคการเมือง

Posted: 17 Nov 2016 12:08 PM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ย้อนสำรวจกระแสของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในสหรัฐฯ เปรียบเทียบนับตั้งแต่ปี 2535 ถึงปี 2559 โดยศูนย์วิจัยพิวที่ทำขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งในสหรัฐฯ 2 เดือน ซึ่งผลวิจัยนำเสนอว่าผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งพรรคใหญ่ๆ 2 พรรคในสหรัฐฯ มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ และตัวพรรคการเมืองเองก็มีความต่างกันชัดเจนมากขึ้นเช่นเดียวกัน


แผนที่แสดงผลคะแนนการเลือกประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2016 แบ่งตามเขตการปกครองแบบเทศมณฑล หรือ county สีฟ้าหมายถึงเลือกพรรคเดโมแครตมากกว่าพรรครีพับลิกัน ส่วนสีแดงหมายถึงเลือกพรรครีพับลิกันมากกว่าพรรคเดโมแครต

โดยพรรคเดโมแครต (สีฟ้า) ยังคงรักษาฐานเสียงในรัฐชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีประชากรหนาแน่น ในขณะที่พรรครีพับลิกัน (สีแดง) ยังคงรักษาฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ พื้นที่ตอนในของภาคตะวันตก และพื้นที่ "สวิงสเตท" อย่างรัฐในเขตมิตเวสต์ (ที่มา: Wikipedia) [คลิกเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]


แผนที่แสดงผลต่างคะแนนการเลือกประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2016 เปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2012 แบ่งตามเขตการปกครองแบบเทศมณฑล หรือ county โดยสีฟ้าหมายถึงเลือกพรรคเดโมแครตมากขึ้น ส่วนสีแดงหมายถึงเลือกพรรครีพับลิกันมากขึ้น (ที่มา: Wikipedia) [คลิกเพื่อชมภาพขนาดใหญ่]

ศูนย์วิจัยพิวนำเสนอเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์อีกครั้งในรูปแบบวิดีโอเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา พวกเขาระบุว่าผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในสหรัฐฯ มีความคิดเห็นแตกต่างกันทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แต่ทว่าจำนวนผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นตัวแทนของขั้วการเมืองสองขั้วก็ไม่มีความแตกต่างมากนักเมื่อเทียบกับปี 2535 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 8,000 ราย ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. 2559

พิวระบุต่อไปว่าชาวอเมริกันโดยรวมแล้วมีการศึกษาดีขึ้นกว่าในอดีตโดยเรื่องนี้ส่งผลต่อการเมืองสองพรรคอย่างชัดเจน ผู้คนที่มีการศึกษาระดับวิทยาลัยขึ้นไปมีความโน้มเอียงนิยมพรรคเดโมแครตมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2535 จากร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 37 ขณะที่ผู้มีการศึกษาระดับวิทยาลัยโน้มเอียงนิยมรีพับลิกันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 28 เป็นร้อยละ 31

ในด้านศาสนาสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่นับถือศาสนาสูงมากอย่างไรก็ตามมีกลุ่มที่ระบุว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับศาสนาซึ่งหมายรวมถึงทั้งกลุ่มอเทวนิยม กลุ่มอไญยนิยม (agnosticism หรือ ผู้เชื่อว่าไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าพระเจ้ามีอยู่จริงหรือไม่) และกลุ่มที่บอกว่า "ไม่ได้เน้นนับถือศาสนาเป็นพิเศษ" มีเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 21 จากเดิมในปี 2535 มีผู้นิยามตนเช่นนี้เพียงร้อยละ 8 ในการสำรวจของพิวระบุว่ากลุ่มที่นิยามตนว่าไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาเติบโตรวดเร็วขึ้นในผู้นิยมพรรคเดโมแครตมากกว่าผู้โหวตพรรครีพับลิกัน

ศูนย์วิจัยพิวยังประเมินอีกว่าพรรครีพับลิกันชดเชยการขาดความนิยมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยการพยายามปรับจุดยืนเข้าหากลุ่มผู้มีอายุมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเอียงข้างฝ่ายเดโมแครตในช่วงสมัยโอบามา แต่ในอีกแปดปีต่อมาพวกเขาก็เอียงข้างฝ่ายรีพับลิกันมากขึ้น กลุ่มคนขาวก็เช่นเดียวกันจากเมื่อช่วงแปดปีที่แล้วพวกเขาเสียงแตกระหว่างฝ่ายเดโมแครตกับฝ่ายรีพับลิกัน แต่ในปีนี้พวกเขาเอียงข้างฝ่ายรีพับลิกันมากขึ้น ขณะที่คนหนุ่มสาวจะมีแนวโน้มเอียงข้างฝ่ายเดโมแครตอย่างไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับแปดปีที่แล้ว

นอกจากนี้พิวยังสำรวจพบว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติสีผิวมากขึ้นและมีการศึกษามากขึ้น และความหลากหลายนี้ก็ส่งผลแตกต่างกันระหว่างสองพรรคในขณะที่พรรคเดโมแครตมีผู้ลงคะแนนให้ในเชื้อชาติอื่นๆ นอกจากคนขาวมากขึ้น พรรครีพับลิกันยังคงได้รับคะแนนเสียงหลักๆ ส่วนใหญ่จากคนผิวขาว

เรียบเรียงจาก

The Parties on the Eve of the 2016 Election: Two Coalitions, Moving Further Apart, Pew Research Center, 13-09-2016

http://www.people-press.org/2016/09/13/the-parties-on-the-eve-of-the-2016-election-two-coalitions-moving-further-apart/

Twitter ของ Pew Research Center https://twitter.com/pewresearch/status/798941291337891840

แสดงความคิดเห็น

 
Top