0
มาเลเซียชุมนุม Bersih 5.0 ตามนัด 'มหาธีร์' ร่วมด้วย-แม้รัฐบาลกวาดจับฝ่ายค้าน

Posted: 19 Nov 2016 09:49 AM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

แม้ตำรวจจะกวาดจับแกนนำ ฝ่ายค้าน และนักศึกษาไปนับสิบ แต่ผู้ชุมนุมหลายหมื่นยังคงร่วมชุมนุม Bersih 5.0 ก่อนสลายตัวอย่างสงบในช่วงเย็น โดยไม่มีเหตุปะทะกับผู้สนับสนุนรัฐบาล ด้านผู้สังเกตการณ์ชี้ผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่เป็นคนรุ่นหนุ่มสาว ขณะที่ชาวมลายูเข้าร่วมมากขึ้น ปัจจัยมาจาก 2 พรรคการเมืองเกิดใหม่ พรรคหนึ่งแยกจากพรรคอิสลาม พรรคหนึ่งแยกจากพรรครัฐบาล และการยูเทิร์นของ 'มหาธีร์' อดีตคู่ปรับฝ่ายค้านหลายทศวรรษ


(ซ้าย) ผู้ชุมนุม Bersih 5.0 ที่กัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน (ขวา) อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย คู่ปรับฝ่ายค้าน "มหาธีร์ โมฮัมหมัด" ร่วมชุมนุมและปราศรัยด้วย (ที่มา: Sean Ang และ KiniTV)

19 พ.ย. 2559 ผู้ชุมนุมฝ่ายค้านหลายหมื่นคนในนาม "พันธมิตรเพื่อการเลือกตั้งเสรีและยุติธรรมหรือกลุ่มเบอเซะ" หรือ Bersih จัดการชุมนุมใหญ่ที่เรียกว่า Bersih 5.0 กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย วานนี้ (19 พ.ย.) เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิบ ราซัก ลาออกจากเหตุทุจริต ในข้อหายักยอกเงินกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ จากกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจของมาเลเซีย "วันมาเลเซียเดเวลอปเมนท์ เบอรฮาด" หรือ 1MDB
ผู้ชุมนุม Bersih 5.0 มาตามนัด แม้ตำรวจกวาดจับแกนนำ

โดยการชุมนุมยังคงเกิดขึ้น แม้ว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาจะมีการกวาดจับฝ่ายค้าน นักกิจกรรม และนักศึกษานับสิบคน ในจำนวนนี้รวมทั้งประธานเบอเซะ มาเรีย ชิน อับดุลลาห์ (Maria Chin Abdullah) และเลขาธิการเบอเซะ มันดีฟ สิงห์ ด้วย โดยในการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้บุกสำนักงานและยึดสิ่งของอีกด้วย (อ่านข่าวก่อนหน้านี้)

ทั้งนี้ผู้ชุมนุมเบอเซะรวมตัวกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเหลืองมีข้อความ Bersih 5.0 ผู้ชุมนุมรวมตัวในหลายจุดนัดหมายของกัวลาลัมเปอร์ เช่น สถานีรถไฟฟ้า LRT Bangsar ย่านบริกฟิลด์ ถนนตุนเปรัก ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า LRT มัสยิดจาเม็ก และมัสยิดเนอการา ถนนรายาลาอุต ถนนตนกู อับดุล ระห์มัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปยังจตุรัสเมอเดกา ทำให้ในช่วงบ่ายมีการเปลี่ยนที่นัดหมายเป็นลานใกล้กับตึกแฝดเปโตรนาสหรือ KLCC แทน

ในเวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง ที่สถานีรถไฟฟ้า LRT Bangsar อดีตประธานเบอเซะ อัมพิกา ศรีเนวาสัน กล่าวกับผู้ชุมนุมถึงเหตุการณ์จับกุมเมื่อวานนี้ว่า "ช่างเป็นวันที่เลวร้าย" เพราะในวันดังกล่าวมีการดำเนินคดีต่อเว็บไซต์มาเลเซียกินี ตำรวจยังบุกสำนักงานเบอเซะ รวมทั้งการจับกุมนักกิจกรรมซึ่งรวมทั้งประธานเบอเซะคนปัจจุบัน "มาเรีย ชิน อับดุลลาห์"

"แม้ว่าพวกเขาที่ถูกจับกุมจะไม่อยู่ ณ ที่ชุมนุมแห่งนี้ แต่จิตใจต่อสู้ของพวกเขาอยู่กับพวกเรา พวกเขาส่งข้อความมาให้พวกเราชุมนุม Bersih 5.0 ต่อไป"

ทั้งนี้อัมพิกากล่าวด้วยว่า รัฐบาลนั้นกลัวความจริง ความแข็งแกร่งของ Bersih 5.0 และแรงสนับสนุนของมวลชน

ขณะที่ โมหมัดหมัด ซาบู (Mohamad Sabu) แกนนำพรรคความเชื่อมั่นแห่งชาติ หรือ AMANAH ซึ่งเป็นพรรคที่แยกตัวออกจากพรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย หรือ PAS มี ส.ส. ในสภา 6 ที่นั่ง ได้ร่วมชุมนุมและปราศรัยกับผู้ชุมนุมเบอเซะด้วย

นอกจากนี้ยังมี มารีนา มหาธีร์ (Marina Mahathir) บุตรสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนที่ 4 มหาธีร์ โมฮัมหมัด และแกนนำฝ่ายค้านพรรคกิจประชาธิปไตย (DAP) หลิม กิตเสียง (Lim Kit Siang) รวมปราศรัยกับผู้ชุมนุมด้วย


ผู้สนับสนุนรัฐบาลเดินขบวนประชัน ก่อนเลิกไปในช่วงบ่าย

ขณะเดียวกันมีการชุมนุมเผชิญหน้าโดยผู้ชุมนุมเสื้อแดง ซึ่งนำโดยแกนนำของพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ หรือ UMNO ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำพรรครัฐบาล หรือ "แนวร่วมแห่งชาติ" (Barisan Nasional) ทั้งนี้แม้แกนนำหลักอย่าง จามาล ยูโนส จะถูกจับกุมไปแล้วในช่วงเช้ามืด แต่แกนนำเยาวชนคนอื่นๆ ของพรรค UMNO ก็ยังคงนำมวลชนมาร่วมชุมนุม

โดยผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลรวมตัวกันที่หน้าอาคาร PTWC ก่อนที่ช่วงสายในเวลา 11.00 น. จะเคลื่อนเข้ามาใกล้จตุรัสเมอเดกา มีการตะโกนว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะห์" และ "อัลเลาะห์ยิ่งใหญ่" นอกจากนี้มีการร้องเพลง "Perajurit Tanah Air" หรือ "Inilah Barisan Kita" ซึ่งใช้เป็นเพลงปลุกใจของกองทัพ

แกนนำของผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งเป็นกลุ่มเชื้อชาติมลายูนิยม ได้เชิญชวนผู้ชุมนุมตะโกนคำขวัญว่า "นี่คือแผ่นดินของเรา" (Ini adalah bumi kita) ซ้ำไปมาระหว่างเคลื่อนขบวน นอกจากนี้ยังตะโกนว่า "อัลเลาะห์ยิ่งใหญ่ อัลเลาะห์ยิ่งใหญ่" ระหว่างที่เดินขบวนด้วย (ที่มา: KiniTV)

ทั้งนี้ในรายงานของมาเลเซียกินี เมื่อเวลา 11.50 น. ผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้เคลื่อนขบวนผ่านผู้ชุมนุมเบอเซะซึ่งกำลังกินข้าว และเกิดกระทบกระทั่งด้วยวาจา ทำให้แกนนำได้เข้ามาห้ามไม่ให้ไปรบกวนผู้ชุมนุมเบอเซะ และบอกให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนต่อไป ย้ำว่าพวกเราเป็นเชื้อชาติที่มีศักดิ์ศรี อย่างไรก็ตามมีผู้ชุมนุมบางส่วนปาขวดพลาสติกใส่ผู้ชุมนุมเบอเซะ แต่ที่สุดก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น เมื่อขบวนผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลผ่านบริเวณดังกล่าว

โดยหลังจากนั้นในเวลา 12.05 น. แกนนำผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้เจรจากับตำรวจเพื่อขอเคลื่อนผ่านไปตามถนนคินาบาลู ไปยังสวนเมอบก ซึ่งเป็นปลายทางของผู้ชุมนุม

ทั้งนี้อามันด์ อัซฮา (Armand Azha) แกนนำเยาวชนพรรค UMNO ซึ่งนำขบวนผู้ชุมนุมเสื้อแดงมาถึงสวนเมอบกในเวลา 12.47 น. กล่าวว่า พวกเขามาชุมนุมในวันนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขารักสันติภาพ ไม่เหมือนผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง เป็นข้อสรุปที่ผิด ที่กล่าวหาว่าพวกเขานิยมความรุนแรง พวกเขาย้ำด้วยว่าพวกเขาทำตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งทุกอย่าง

โดยผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งมาเลเซียกินีประเมินว่ามียอดสูงสุดราว 4,000 คน สลายตัวไปตั้งแต่ก่อนเวลา 14.00 น.

ผู้ชุมนุม Bersih เปลี่ยนจุดรวมตัวที่หน้าตึกแฝด
อดีตคู่ปรับ มหาธีร์-หลิม กิตเสียง ร่วมปราศรัย


ผู้ชุมนุม Bersih 5.0 ที่ลานใกล้กับตึกแฝดเปโตรนาส หรือ KLCC (ที่มา: Adrian Wong/Malaysiakini)

ผู้ชุมนุม Bersih 5.0 เมื่อเวลา 16.30 น. (ที่มา: KiniTV)

ผู้ชุมนุม Bersih 5.0 ร้องเพลงชาติ "เนอการากู" ก่อนยุติการชุมนุม (ที่มา: KiniTV)

ด้านผู้ชุมนุมเบอเซะที่รวมตัวหลายจุดในกัวลาลัมเปอร์ และถูกตำรวจตั้งแนวป้องกัน ทำให้ไม่สามารถไปยังจตุรัสเมอเดก้าได้นั้น ต่อมาในช่วงบ่ายได้เปลี่ยนจุดนัดหมายเป็นลานหน้าตึกแฝดเปโตรนาสหรือ KLCC แทน ทั้งนี้มาเลเซียกินีได้รายงานยอดผู้ชุมนุมสูงสุดเมื่อเวลา 17.00 น. อยู่ที่ 4 หมื่นคน

ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มหาธีร์ โมฮัมหมัด ซึ่งเคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับผู้ชุมนุมเบอเซะ ต่อมาเปลี่ยนมาสนับสนุนเมื่อปีก่อน ได้มาปรากฏตัวในที่ชุมนุมด้วย โดยมาพร้อมกับภริยาคือ แพทย์หญิงสิตี ฮัสมา อาลี

ที่ถนนอัมปัง ใกล้เคียงกับย่าน KLCC มหาธีร์กล่าวกับผู้ชุมนุม ว่าผู้ชุมนุมเบอเซะมาที่นี่เพราะต้องการสันติ ไม่เหมือนจามาล แกนนำผู้ชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล ที่ถูกชกเข้าที่จมูกแล้วร้องไห้

มหาธีร์ กล่าวต่อผู้มาชุมนุมว่า "เราไม่ได้อยู่ภายใต้ประชาธิปไตยแล้ว ตอนนี้เราอยู่ในระบอบโจราธิปไตย (kleptocracy) แล้ว"

ด้านมุไฮยิดดิน ยาซิน (Muhyiddin Yasin) ส.ส.จากรัฐยะโฮร์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลนาจิบ ต่อมาแยกตัวออกมาตั้งพรรคเบอซาตู (Bersatu) ซึ่งเขาเชิญมหาธีร์ร่วมด้วย กล่าวปราศรัยเรียกร้องให้ประชาชนเลือกเพื่อการเปลี่ยนแปลง ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในปี ค.ศ. 2018 เพื่อยุติการปกครองของพรรครัฐบาล "อนาคตของพวกเราเป็นของทุกคน ไม่ใช่เพื่อผม เพราะผมอายุมากแล้ว แต่พวกคุณยังหนุ่ม" มุไฮยิดดินกล่าว

ขณะที่หลิม กิตเสียง แกนนำฝ่ายค้านจากพรรค DAP คู่ปรับเก่าของมหาธีร์ กล่าวด้วยว่า "ไม่ได้ต้องการแค่เลือกตั้งสะอาด แต่ต้องการรักษาประเทศมาเลเซียเอาไว้"

"เราต้องการให้มาเลเซียเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่โจราธิปไตย เรามาชุมนุมที่นี่เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าต้องการแตะขอบฟ้า"

เขากล่าวด้วยว่าเชื่อว่ามหาธีร์จะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ในขณะที่ตัวเขาก็ไม่ได้คิดหวังแบบนั้น

ขณะที่ราฟิซิ รามลี (Rafizi Ramli) รองประธานพรรคยุติธรรมประชาชน PKR ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านอีกพรรคหนึ่ง ปราศรัยว่านายกรัฐมนตรีมาเลเซียนาจิบ ราซักจะไม่ได้หลับสนิทคืนนี้ เพราะผู้คนจำนวนมากต้องการให้เขาลาออก ทั้งนี้เขายังปราศรัยอภิปรายถึงเรื่องหนี้สาธารณะของรัฐบาลมาเลเซียด้วย

ทั้งนี้ผู้ชุมนุมเบอเซะได้ร้องเพลงชาติ "เนอการากู" เมื่อเวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนสลายการชุมนุม





ผู้ชุมนุม Bersih 5.0 ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2016 (ที่มา: เอื้อเฟื้อภาพโดย Sean Ang)

ผู้สังเกตการณ์ชี้ Bersih 5.0 ชาวมลายูเข้าร่วมเพิ่มขึ้น
แม้พรรคอิสลาม PAS จะถอนตัว

ฌอน อัง นักวิจัยและผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองชาวมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ประชาไท เกี่ยวกับองค์ประกอบของผู้ชุมนุม Bersih 5.0 ที่มีพัฒนาการต่างจากปีก่อน โดยในปีนี้มีผู้ชุมนุมมาจากหลากหลายพื้นเพในสังคมมาเลเซีย โดยเขาพบว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 25 ถึง 35 ปี เป็นประชากรอาศัยในเมือง และเมื่อเทียบกับการชุมนุม Bersih 4.0 เมื่อปีก่อน ปีนี้มีผู้ชุมนุมเชื้อสายมลายูมากขึ้น

ทั้งนี้เมื่อการชุมนุม Bersih 4.0 เมื่อปีก่อน พรรคอิสลามมาเลเซีย หรือ PAS เพิ่งถอนตัวจากแนวร่วมฝ่ายค้าน ทำให้ส่งผลกระทบต่อการชุมนุมในปีนั้น เพราะแต่เดิมการมีอยู่ของพรรค PAS ทำให้มีผู้สนับสนุนเชื้อสายมลายูเข้าร่วม และขณะนั้นพรรค AMANAH ที่นำโดย ส.ส.หลายสมัยอย่างโมหมัดหมัด ซาบู เพิ่งแยกตัวออกจากพรรค PAS จึงยังไม่มีขีดความสามารถในการระดมผู้สนับสนุนเชื้อสายมลายูเข้าร่วม


ได้พรรคการเมืองเกิดใหม่มาเข้าร่วม พร้อมการยูเทิร์นของ 'มหาธีร์'

แต่ในปีนี้พรรค AMANAH เริ่มมีความพร้อมและมีบทบาทมากขึ้น โดยฌอนประเมินว่า ในการชุมนุม Bersih 4.0 เมื่อปีก่อนมีผู้ชุมนุมเชื้อสายมลายูราวร้อยละ 5 แต่ในการชุมนุมปีนี้เขาประเมินว่ามีผู้ชุมนุมเชื้อสายมลายูเป็นสัดส่วนร้อยละ 30

ขณะที่อีกพรรคการเมืองหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากพรรครัฐบาล UMNO คือพรรค Bersatu ที่นำโดยมุไฮยิดดิน ยาซิน และมีมหาธีร์ โมฮัมหมัด เป็นที่ปรึกษานั้น ณอนเห็นว่า ยังไม่เห็นบทบาทว่าพรรค Bersatu มีส่วนทำให้มีผู้ชุมนุมเชื้อสายมลายูเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ แต่จากบทบาทของมหาธีร์ ซึ่งเป็นเหมือนเป็น "ไอคอน" ใหม่ของเบอเซะนับว่ามีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้วิดีโอของมหาธีร์โด่งดังกลายเป็นไวนัลในช่วงไม่กี่วันก่อนการชุมนุม และข่าวเกี่ยวกับเขาก็ได้ลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในมาเลเซีย

ความสำคัญของการปรากฏตัวของมหาธีร์ก็คือ แต่เดิมพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคยุติธรรมประชาชนหรือ PKR มักจะได้ที่นั่งในพื้นที่เมือง ในขณะที่มีเพียงพรรค PAS ที่สามารถเจาะฐานเสียงพรรค UMNO ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในเขตชนบทของมาเลเซีย ที่ประชากรฐานคะแนนส่วนใหญ่มีเชื้อสายมลายู แต่ปัจจุบันพรรค PAS เป็นพรรคที่กลายเป็นมิตรกับพรรค UMNO ไปแล้ว ทั้งนี้พรรค Bersatu อาจจะสามารถเจาะฐานเสียงของพรรค UMNO ได้ในฐานคะแนนที่เป็นประชากรมลายูในรัฐเคดาห์ ซึงเป็นฐานเสียงของมหาธีร์ และรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป็นฐานเสียงของมุไฮยิดดิน)

ทั้งนี้แม้ก่อนหน้านี้จะเห็นบทบาทของสุลต่านยะโฮร์ ที่ไม่ได้สนับสนุนประชาชนรัฐยะโฮร์ให้ร่วมชุมนุมเบอเซะ แต่การเห็นผู้ชุมนุมเดินทางมาจากรัฐยะโฮร์เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมนับเป็นข่าวน่าสนใจ ทั้งนี้รัฐยะโฮร์เป็นเสมือนป้อมปราการของพรรค UMNO อย่างไรก็ตามการเมืองในยะโฮร์เองก็มีความรู้สึกท้องถิ่นนิยมต้องการเป็นอิสระจากรัฐบาลสหพันธรัฐมากขึ้น จากโครงการลงทุนในเขตอิสกันดาร์ที่สุลต่านยะโฮร์เองก็มีส่วนสนับสนุน

นอกจากนี้เขาเห็นว่ากลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองอย่าง "โอรัง อัสรี" ก็เข้าร่วมการชุมนุมเบอเซะด้วย ทั้งนี้ก็ด้วยโครงการเวนคืนที่ดินของรัฐที่ทำให้ชุมชนดั้งเดิมเหล่านี้ได้รับผลกระทบ

ส่วนการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล หรือ "กลุ่มเสื้อแดง" ที่นำโดยจามาล ยูโนส นั้น เขาเห็นว่าแกนนำอย่างยูโนสมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรี และไครี จามารุดดิน รัฐมนตรีกระทรวงเยาวชนและกีฬา อย่างไรก็ตามยุทธศาสตร์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ต้องการสร้าง "ปัจจัยความกลัว" เพื่อทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะเข้าร่วมกับการชุมนุมเบอเซะดูเหมือนจะไม่ได้รับการสนับสนุน เนื่องจากจุดมุ่งหมายของผู้ชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน



แปลและเรียบเรียงบางส่วนจาก

Yellow, red rallies end peacefully, Malaysiakini, 19 November 2016


แสดงความคิดเห็น

 
Top