0

ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดที่ 8 คดีตำรวจซ้อมผู้ต้องหา

Posted: 05 Nov 2016 07:05 PM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดที่ 8 บิดานายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เตรียมเบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยทั้ง 7

6 พ.ย. 2559 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมแจ้งข่าวว่าในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.30 น. ศาลจังหวัดปราจีนบุรี กำหนดให้เป็นวันนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดที่ 8 คดีหมายเลขดำที่ อ.925/2558 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจ 7 นาย ได้แก่ พนักงานตำรวจสภ.เมืองปราจีนบุรี 2 นาย และพนักงานตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี 5 นาย โดย นายฤทธิรงค์กล่าวหาว่า ถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวโดยมิชอบและนำตัวไปทำร้ายร่างกายเพื่อบังคับให้รับสารภาพในคดีซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดาของโจทก์ได้เบิกความต่อศาลจนจบคำซักถามของทนายความโจทก์แล้ว แต่เนื่องด้วยพนักงานอัยการทนายความจำเลยทั้งเจ็ด ประสงค์จะถามค้านนายสมศักดิ์ฯ มากพอสมควร จึงแถลงต่อศาลขอถามค้านในนัดหน้า และเนื่องจากใกล้จะหมดเวลาราชการด้วย ศาลจึงอนุญาตให้เลื่อนไปถามค้านในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.30 น.

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 นายสมศักดิ์ฯ บิดาของนายฤทธิรงค์ฯ ได้เบิกความตอบคำถามทนายความโจทก์ ต่อจากนัดที่ 6 (วันที่ 26 กันยายน 2559) ได้ความว่า หลังจากวันเกิดเหตุ (28 มกราคม 2552) ที่ลูกชายของตนถูกทำร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ซึ่งลูกชายไม่ได้กระทำความผิด โดยเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ควบคุมตัวนายฤทธิรงค์ฯ ไปให้ผู้เสียหายชี้ตัวที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี โดยมิชอบ และส่งตัวนายฤทธิรงค์ฯให้พนักงานตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ปราจีนบุรี แล้วนายฤทธิรงค์ฯ ถูกทำร้ายร่างกายโดยทรมานให้รับสารภาพ ประมาณ 1 ปีต่อมา (พ.ศ. 2553) ตนได้รับการติดต่อจากผู้บริหารระดับสูงของเทศบาลบ้านสร้าง ให้ไปที่พบสำนักงานเทศบาลเมืองปราจีนบุรี และพบปะพูดคุยกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานตำรวจจังหวัดปราจีนบุรีเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็นหนึ่งในจำเลยคดีนี้ และผู้บริหารระดับสูงของเทศบาลเมืองปราจีนบุรี โดยบุคคลเหล่านั้นพยายามเกลี้ยกล่อมให้ตนหยุดเรียกร้องตามหน่วยงานต่างๆ ที่ไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย ดังนั้นเพื่อเป็นหลักฐานป้องกันตัวว่าตนไม่ได้ไปพบเพื่อเรียกร้องเงินใด ๆ กับเจ้าพนักงานตำรวจที่ซ้อมทำร้ายลูกของตน จึงได้ติดกล้องกระดุมบันทึกบทสนทนาเป็นวีดิโอไว้ รายละเอียดตามที่นำส่ง VCD ต่อศาล ซึ่งข้อเท็จจริงตามวีดิโอดังกล่าวตนได้พูดชัดเจนว่าที่มาพบนี้ไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องเงินทองใด ๆ แต่ต้องการให้มีการดำเนินคดีให้ถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมกับตำรวจผู้ที่ซ้อมทำร้ายลูกของตน เพราะนานนับปีแล้วลูกของตนก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม

แสดงความคิดเห็น

 
Top