0
สมชาย หอมลออ ,พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ,อัญชนา หีมมิหน๊ะ ตามลำดับ

ทนาย 3 นักสิทธิฯผู้เปิดโปงการซ้อมทรมาน ร้อง พนง.สอบสวนเรียกเอกสารเป็นพยานหลักฐานในคดีเพิ่มเติม


Posted: 23 Nov 2016 01:18 AM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ทนายความ 'สมชาย-พรเพ็ญ-อัญชน' ยื่นหนังสือขอให้พนักงานสอบสวนเรียกเอกสารเป็นพยานหลักฐานในคดีเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ของผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาท กอ.รมน.

23 พ.ย. 2559 รายงานข่าวจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรมแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา อับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ทนายความ จากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจของ สมชาย หอมลออ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และอัญชนา หีมมิหน๊ะ ได้ยื่นหนังสือเรื่อง ขอให้เรียกเอกสารเป็นพยานหลักฐานในคดี โดยระบุเป็นเอกสารจากหน่วยงานราชการและเอกชนจำนวนทั้งสิ้น 23 รายการ เพื่อประโยชน์ในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ของผู้ต้องหา ตามหลักการที่กำหนดไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่พนักงานสอบสวนซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายในคดี ต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะทำได้เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา โดยในวันที่ 27 พ.ย. 2559 มีกำหนดเวลาเข้าพบพนักงานสอบสวนและยื่นคำให้การเพิ่มเติมเวลา 11.00 น.

สืบเนื่องจากที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ได้กำหนดให้ผู้ต้องหามาพบภายในเดือนพฤศจิกายน 2559 โดยทั้งนักสิทธิมนุษยชนทั้งสามคนได้รับทราบข้อกล่าวหาคดีที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดย พ.ท.เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง ร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในข้อหาความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

เนื่องจากเหตุแห่งคดีนี้เกี่ยวข้องกับ “รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2557 – 2558” ซึ่งได้จัดทำขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากการทรมาน หรือการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดเสียหายทั้งทางกายและจิตใจ ฟื้นฟูและสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นสามารถเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยาจากรัฐ และเพื่อเสนอแนะต่อเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการทั้งทางนโยบาย กฎหมาย และการปฏิบัติเพื่อป้องกันและขจัดการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการใช้บังคับกฎหมายพิเศษ ได้แก่ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บางรายกล้าที่จะดำเนินคดีเพื่อให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบ แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกทรมานฯแต่ไม่กล้าร้องเรียนหรือดำเนินคดี ปัญหาการทรมานฯเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ต้องหาซึ่งเป็นนักสิทธิมนุษยชนต้องทำงานขับเคลื่อนให้เกิดการตรวจสอบ ให้หน่วยงานรัฐปกป้อง คุ้มครองประชาชน รวมทั้งผลักดันเชิงนโยบายต่อภาครัฐ หากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา ก็ยากที่จะสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ได้

ดังนั้นทนายความของผู้ต้องหาทั้งสามจึงขอให้พนักงานสอบสวนได้อำนวยความยุติธรรมแก่ผู้ต้องหาทั้งสาม โดยมีหนังสือเรียกพยานเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเป็นพยานหลักฐานในคดี เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจของท่านและพนักงานอัยการในการสั่งคดีให้เป็นไปโดยรอบคอบรอบและเป็นธรรมทั้งสิ้น 23 รายการ โดยเป็นเอกสารที่อยู่ในการครอบครองของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ เป็นต้น

แสดงความคิดเห็น

 
Top