0

'บัณฑิต อานียา' โดนหนที่ 3 คดี 112 เสี่ยงนอนคุก คดีเก่าศาลทหารยังไม่เสร็จ

Posted: 15 Nov 2016 06:32 AM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว 'บัณฑิต อานียา' ตั้งข้อกล่าวหาคดี 112 จากการเเสดงความเห็นในงานเสวนาปี 58 เตรียมฝากขังศาลทหารพรุ่งนี้ เบื้องต้นทราบว่าพนักงานสอบสวนจะไม่ยื่นคัดค้านการประกันตัว

15 พ.ย.2559 ที่สน.ชนะสงคราม รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจได้ควบคุมตัว บัณฑิต อานียา นักเขียนนักแปล อายุ 71 ปีจากห้องพักย่านหนองแขมมายัง สน.ชนะสงคราม เพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวน โดยการจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับที่ออกเมื่อวานนี้ (14 พ.ย.) เหตุจากกรณีการแสดงความคิดเห็นหลังการเสวนาเรื่อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช? จัดโดยกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (NDM) เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2558 โดยเขาเสนอความเห็นให้บัญญัติเรื่องที่เขาเห็นว่าสำคัญ 5 เรื่องไว้ในรัฐธรรมนูญ และข้อหนึ่งในนั้นระบุถึงเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่ามีส่วนที่พาดพิงกับสถาบันพระมหากษัตริย์

ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินทางมายัง สน.ชนะสงคราม และเข้าร่วมฟังการแจ้งข้อกล่าวหาในฐานะทนายความของนายบัณฑิต โดยบัณฑิตรับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การในชั้นศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะนำตัวบัณฑิตไปฝากขังยังศาลทหารในวันพรุ่งนี้ (16 พ.ย.) ในเวลาประมาณ 10.00 น.

ภาวิณี ระบุว่า ในการเสวนาวันที่ 12 ก.ย.2558 หลังจบการเสวนา ตำรวจจาก สน.ชนะสงครามที่ไปสังเกตการณ์ได้เชิญตัวบัณฑิตมายังสน.เนื่องจากเห็นว่าเขาตั้งคำถามที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงปรับทัศนคติและให้ลงนามในบันทึกว่าจะไม่กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีกก่อนปล่อยตัว (อ่านข่าวที่นี่) แต่เบื้องต้นทราบว่าพนักงานสอบสวนจะไม่คัดค้านการประกันตัว

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงเพิ่งมีการออกหมายจับในคดีนี้ทั้งที่เหตุเกิดในปี 2558 ภาวิณี กล่าวว่า ทราบจากพนักงานสอบสวนว่า คดี 112 มีความละเอียดอ่อน พนักงานสอบสวนต้องทำเรื่องส่งให้คณะกรรมการพิจารณาคดีหมิ่นสถาบันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาหลายขั้นตอนก่อนจะมีคำสั่งอนุมัติให้ดำเนินคดีหรือไม่

บัณฑิต อานียา เป็นชาวจีนที่เติบโตในประเทศไทย เขาระบุว่าอายุจริงของเขาคือ 76 ปี แต่อายุตามเอกสารราชการนั้นคือ 71 ปี เขาประกอบอาชีพนักเขียนนักแปลอิสระ ในช่วงปี 2551-2552 เขาได้ผ่าตัดไต และกระเพาะปัสสาวะออก เพื่อรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ทุกวันนี้มีถุงปัสสาวะแขวนอยู่ข้างลำตัวตลอดเวลา ตลอดชีวิตของเขาเคยถูกดำเนินคดีมาตรา 112 แล้วหลายครั้ง

ครั้งแรกเขาระบุว่าเกิดขึ้นในปี 2518 ถูกจับกุมจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่ไม่ถูกดำเนินคดี

ครั้งที่สอง ในปี 2546 จากกรณีที่ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธาน กกต.(ขณะนั้น) แจ้งความกล่าวหาเขาว่าพูดแลกเปลี่ยนในงานเสวนาและขายเอกสารที่จัดทำขึ้นเองเข้าข่ายหมิ่นฯ โดยเอกสารดังกล่าวมี 2 เรื่อง ได้แก่ ‘สรรนิพนธ์เพื่อชาติ (ฉบับตัวอย่าง)’ และ ‘วรสุนทรพจน์ (ฉบับร่าง) เนื่องในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร’ โดยครั้งนั้นบัณฑิตถูกคุมขังรวม 98 วันในระหว่างพิจารณาคดีก่อนจะได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 4 ปี แต่เห็นว่าจำเลยอายุมากและป่วยด้วยโรคจิตเภทจึงให้รอลงอาญา 3 ปีโดยให้โอกาสบำบัดแล้วรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 2 ปี 8 เดือนไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าจำเลยรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ทั้งหมด ในชั้นนี้จำเลยได้รับการประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 300,000 บาท ท้ายที่สุดศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่สั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญา เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน เป็นว่าให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งพิพากษาจำคุก 4 ปี รอลงอาญา 3 ปี และรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปี

ครั้งที่สาม หลังศาลฎีกาพิพากษาคดีก่อนหน้าไปเมื่อต้นปี 2557 ปลายปีเดียวกันหลังการรัฐประหารไม่นาน เขาถูกจับกุมอีกครั้งจากการแสดงความคิดเห็นในวงเสวนาที่ระดมความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปในประเด็นต่างๆ โดยเขาถูกฟ้องว่าพูด 2 ประโยคที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 เขาได้ับการประกันตัวและขณะนี้คดีกำลังพิจารณาอยู่ในศาลทหาร(อ่านข่าวที่นี่)

แสดงความคิดเห็น

 
Top