0
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนอากาศแปรปรวนฉบับที่ 13-ตอนบนฝนตกต่อเนื่อง

Posted: 08 Nov 2016 05:26 AM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนอากาศแปรปรวนฉบับที่ 13 หลังหย่อมความกดอากาศสูงแผ่ลงมาถึงภาคกลาง โดยประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ภาคใต้คลื่นลมอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูง2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง


แผนที่อากาศผิวพื้นวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.00 น.บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบน และมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล สำหรับแนวปะทะอากาศบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย (ที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา)


ภาพถ่ายจากดาวเทียม Himawari IR08 วันที่ 8 พ.ย. 2559 ระหว่างเวลา 08.05 น. - 12.35 น. ตามเวลา UTC หรือเวลา 15.05 น. - 19.35 น. ตามเวลาประเทศไทย (ที่มา: เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา)

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 1 มาตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนนั้น (อ่านข่าวก่อนหน้านี้) ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ย. เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 08 พฤศจิกายน 2559

โดยระบุว่า "บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทยแล้ว ซึ่งจะแผ่ปกคลุมภาคกลาง ในวันนี้ (8 พ.ย.59) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง อุณหภูมิลดลง 3-5 องศาเซลเซียส และมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้"

ในช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2559 มีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2559 มีผลกระทบในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2559 ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เวลา 17.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เวลา 23.00 น.

(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย

(นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา


เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือฝนตกหนัก อุณหภูมิลด กรุงเทพมีฝนมากขึ้น

นอกจากนี้ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศประจำวันที่ 8 ถึง 9 พฤศจิกายน 2559 โดยลักษณะอากาศทั่วไป ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2559

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทยแล้ว ซึ่งจะแผ่ปกคลุมภาคกลาง ในวันนี้ (8 พ.ย.59) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส และมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2559 มีผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ส่วนในช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2559 มีผลกระทบต่อภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2559 ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร



พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 17:00 วันนี้ ถึง 17:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

แสดงความคิดเห็น

 
Top