0

FPIF มองความขัดแย้งซ้ายสเปน แนะฝ่ายซ้ายยุโรปร่วมมือกัน


Posted: 16 Oct 2016 01:17 PM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

บทความของเว็บไซต์วิเคราะห์นโยบายต่างประเทศ (FPIF) ระบุถึงความชัดแย้งของพรรคฝ่ายซ้ายในสเปนและภาวะตีนตันทางการเมืองที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อีกทั้งยังมีผลกระทบจากวิกฤตอื่นๆ ในยุโรป คอนน์ แฮลลินัน ผู้เขียนบทความแนะนำให้ฝ่ายซ้ายด้วยกันเองในยุโรปหาวิธีร่วมมือกันสะสางประเด็นต่างๆ

หลังจากเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเกิดกรณีความขัดแย้งภายในพรรคฝ่ายซ้ายที่มีอายุยาวนาน 137 ปี ในสเปน อย่างพรรคสังคมนิยมแรงงานหรือพีเอสโออี (PSOE) คอนน์ แฮลลินัน คอลัมนิสต์ของเว็บไซต์วิเคราะห์นโยบายต่างประเทศ (FPIF) มองว่ามีทั้งความปาหี่และโศกนาฏกรรมที่ส่วนหนึ่งก็สะท้อนวิกฤตที่เกิดขึ้นกับสหภาพยุโรปได้และเสมือนเป็นการเตือนว่าชาวประชาชนยุโรป 500 ล้านคนต้องการคำตอบ วิธีการแบบเดิมๆ ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว

เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากการที่ เปโดร ซานเชส เลขาธิการพรรค PSOE ซึ่งต้องรับศึกจากทุกด้านถูกบีบให้ลาออกจากพรรคหลังจากเหล่าผู้นำระดับสูงในพรรคและผู้นำระดับท้องถิ่นของพรรครวมหัวกันโค่นล้มแผนการจัดตั้งแนวร่วมฝ่ายซ้าย ความขัดแย้งในเรื่องนี้มีลักษณะแบบชวนหัว เมื่อเวโรนิกา เปเรซ ประธานคณะกรรมการกลางของพรรคกับกลุ่มที่สนับสนุนให้โค่นล้มแผนการของซานเชสจำเป็นต้องจัดแถลงข่าวที่ข้างถนนเพราะถูกคนของซานเชสปิดกั้นไม่ให้พวกเธอเข้าสำนักงาน

พรรคฝ่ายซ้ายที่เป็นคู่แข่งก็ไม่ได้มองเรื่องนี้ด้วยความพึงพอใจเลย ปาโบล อิกเลเซียส หัวหน้าพรรคโปเดมอส พรรคฝ่ายซ้ายที่เป็นคู่แข่งกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า “เป็นวิกฤตการณ์ที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นกับพรรคการเมืองที่สำคัญที่สุดในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา"

แน่นอนว่าการแย่งชิงอำนาจของพรรคฝ่ายซ้ายถือเป็นวิกฤตสำหรับสเปนแต่แฮลลินันก็มองว่าประเด็นที่ทำให้สเปนไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเป็นปัญหาเดียวกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่กำลังเผชิญกับปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน และประชาชนถูกชนชั้นนำในยุโรปทอดทิ้ง

สาเหตุที่ซานเชสต้องการรวบรวมแนวร่วมพรรคฝ่ายซ้ายเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาภาวะตีบตันทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง 2 ครั้งในสเปนเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วถึงช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาที่แต่ละพรรคไม่สามารถชนะคะแนนได้อย่างขาดลอยทำให้ไม่สามารถเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาและไม่สามารถตกลงกันได้จนเกิดภาวะตีบตันทางการเมือง

วิกฤตดังกล่าวนี้ย้อนไปตั้งแต่การเลือกตั้งในวันที่ 20 ธ.ค. 2558 ที่พรรคการเมืองสองพรรคเดิมซึ่งเคยได้คะแนนเสียงมากมาโดยตลอดอย่างพรรคฝ่ายขวาพีเพิลปาร์ตีหรือพีพี (PP) ของนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย กับพรรคฝ่ายซ้ายพีเอสโออีของซานเชส สูญเสียที่นั่งในสภาจำนวนมาก ขณะที่พรรคซ้ายใหม่อย่างโปเดมอสและพรรคสายกลางอย่างซิวดาดานอสกวาดที่นั่งมาได้อย่างเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าพีพีจะยังได้ที่นั่งในสภามากที่สุดเมื่อเทียบกับพรรคอื่นๆ แต่ก็ไม่เกินครึ่งหนึ่งของจำนวน 350 ที่นั่ง ทำให้ไม่ได้เสียงข้างมากในสภา

แฮลลินันระบุว่าในทางทฤษฎีแล้วถ้าหากพรรคพีเอสโออี ร่วมกับพรรคโปเดมอส ส.ส.สายสนับสนุนกาตาลุญญาและผู้สมัครอิสระอื่นๆ ก็จะทำให้จัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ประเด็นเรื่องชาวคาตาลันต้องการปกครองตนเอง พวกเขาต้องการให้มีการจัดประชามติในประเด็นแยกตัวกาตาลุญญาเป็นอิสระจากสเปน ซึ่งทั้งพรรคพีพี พรรคพีเอสโออี และแม้กระทั่งพรรคซิวดาดานอสเองซึ่งจัดตั้งจากแคว้นกาตาลุญญายังคัดค้าน ซิวดาดานอสระบุว่าแม้จะมาจากกาตาลุญญาแต่แนวทางของพวกเขาเป็นแนว "หลังชาตินิยม" ที่ไม่เห็นว่าความเป็นรัฐชาติแบบเดิมมีความสำคัญแต่ให้ความสำคัญกับระดับนานาชาติ พวกเขามองว่า "สเปนคือประเทศของพวกเขา ยุโรปคืออนาคต"

ส่วนพรรคโปเดมอสถึงแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับการที่แคว้นร่ำรวยที่สุดอย่างกาตาลุญญาจะแยกตัวเองออกไป แต่ก็สนับสนุนให้พวกเขามีสิทธิในการลงประชามติในประเด็นนี้ แคว้นกาตาลุญญาถูกยึดครองโดยสเปนในช่วงปี 2258 และหลังจากนั้นทางการกลางของสเปนก็กดขี่ข่มเหงชาวคาตาลันในด้านภาษาและวัฒนธรรมนับแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้ประเด็นกาตาลุญญาเป็นประเด็นสำคัญ

แฮลลินันมองว่าพีเอสโออีจะสามารถจัดการประเด็นนี้ได้ถ้าหากร่วมมือกับซ้ายใหมอย่างโปเดมอส ส.ส.สายสนับสนุนกาตาลุญญาและส.ส.อิสระ แต่ซานเชสกลับเลือกร่วมมือกับซิวดาดานอสแล้วเรียกให้โปเดมอสเข้าร่วมพันธมิตรของพวกเขาด้วย แต่สำหรับโปเดมอสแล้วนี่อาจจะเป็นยาพิษสำหรับพวกเขาเพราะพรรคโปเดมอสได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับที่ 1 ในกาตาลุญญาเนื่องจากพวกเขาสนับสนุนการทำประชามติเรื่องการแยกตัวจากสเปน ถ้าพวกเขาเข้าเป็นแนวร่วมกับอีกสองพรรคก็จะกลายเป็นการแปลกแยกตัวเองจากฐานเสียงสำคัญ ซึ่งซานเชสรู้ในเรื่องนี้ดีแต่เขาก็ยังเดิมพันว่าในการโหวตครั้งถัดไปพรรคสังคมนิยมจะขยายตัวจนจัดตั้งรัฐบาลได้โดยยอมแลกกับโปเดมอส

แต่นั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดร้ายแรงตามคามคิดเห็นของแอลลินันเนื่องจากในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พรรคพีเอสโออีสูญเสียที่นั่งมากกว่าเดิมอีก 5 ที่นั่งและเป็นการเลือกตั้งที่ทำได้แย่ที่สุดของพวกเขา พรรคซิวดาดานอสก็เสียที่นั่งไปเช่นกัน ขณะที่โปเดมอสยังคงฐานเสียงเอาไว้ได้คงเดิมแม้จะไม่ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่สองก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการตกลงกันไม่ได้ในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ดี อีกทั้งความขัดแย้งในพรรคพีเอสโออีในปัจจุบันยังเป็นผลพวงมาจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย

หลังการเลือกตั้ง มิ.ย. ราฮอยจากพรรคพีพีอ้างว่าตัวเอง "ชนะ" แล้วร่วมพันธมิตรกับซิวดาดานอสพร้อมทั้งขอให้พีเอสโออีสนับสนุนพวกเขาหรือไม่ก็งดออกเสียงเพื่อให้พวกเขาจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้แต่ซานเชสก็ปฏิเสธ เขามองว่าถ้าราฮอยจัดตั้งรัฐบาลได้อาจจะเป็นประโยชน์กับพรรคโปเดมอสและทำให้พรรคพีเอสโออีจบสิ้น การวิเคราะห์เช่นนี้เป็นการเปรียบเทียบกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นในกรีซเมื่อพรรคสังคมนิยมของกรีซจัดตั้งแนวร่วมรัฐบาลกับพรรคฝ่ายขวาแล้วต่อมาก็พ่ายแพ้ให้กับพรรคฝ่ายซ้ายอย่างซีริซา หรือในกรณีของเยอรมนีก็เคยมีของพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยร่วมมือกับพรรคคริสเตียนอนุรักษ์นิยมแล้วก็ได้รับคะแนนนิยมลดลงต่ำกว่าร้อยละ 20 ในอังกฤษเองพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตยก็ย่อยยับลงเพราะไปร่วมมือกับพรรคอนุรักษ์นิยม

ซานเชสถูกบีบให้ออกเนื่องจากทำให้พรรคพีเอสโออีพ่ายแพ้การเลือกตั้งสองสมัยซ้อน อย่างไรก็ตามแฮลลินันมองว่าพรรคพีเอสโออีเริ่มบั่นทอนลงมาตั้งแต่ก่อนเกิดกรณีซานเชสแล้ว พวกเขาสูญเสียผู้สนับสนุนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงสิบปีที่ผ่านมาและถดถอยลงอย่างหนักหลังจากที่พวกเขาละทิ้งโครงการด้านสังคมและเศรษฐกิจในปี 2553 และเริ่มหันมาสนับสนุนแนวทางนโยบายรัดเข็มขัดที่โหดร้าย

นอกจากนี้แฮลลินันยังระบุว่าพีเอสโออีมีความขัดแย้งทางการเมืองในระดับภูมิภาคย่อยๆ ของพรรค และมันได้แสดงออกมาเมื่อซานเชสตัดสินใจแล้วว่าจะร่วมมือกับโปเดมอส สายกาตาลุญญา และผู้แทนอิสระ ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีกลายๆ ว่าเขาจะพิจารณาเรื่องการทำประชามติแยกตัวของกาตาลุญญาอีกครั้ง ทำให้ซูซานา ดิแอซ ผู้นำพรรคจากแคว้นอันดาลูซีอาที่มีประชากรอยู่มากที่สุดเริ่มจัดการโค่นล้มซานเชส มีผู้นำพีเอสโออีในระดับท้องถิ่น 6 ใน 7 คนที่โหวตสนับสนุนดิแอซ ทำใหมีความเป็นไปได้ว่าดิแอซจะได้เป็นเลขาธิการพรรคคนถัดไป

ดิแอซยังกล่าวอีกว่าเธอสนับสนุนให้ราฮอยจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปก่อนแล้วค่อยเปิดอภิปรายกันในพรรคพีเอสโออี แฮลลินันระบุว่าซานเชสเองก็ไม่ได้รับความนิยมโดยมองว่าดูอ่อนข้อเกินไป แต่คนในพรรคระดับล่างๆ อาจจะไม่พอใจที่มีการโค่นล้มซานเชสแบบนี้ที่จะเป็นการเปิดทางให้กับบรัฐบาลฝ่ายขวา ทำให้วิกฤตพรรคยังอีกยาวไกล ในระยะใกล้ๆ นี้พรรคพีพีจะเป็นฝ่ายชนะแต่ราฮอยก็ไม่สามารถขยายขอบเขตอำนาจได้มากเท่าใด และนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็มองว่าโปเดมอสจะกลายเป็นพรรคฝ่ายซ้ายที่เป็นฝ่ายค้านหลักๆ จากที่มีฐานเสียงในระดับท้องถิ่นอย่างในบาสก์และกาลิเซีย ส่วนซิวดาดานอสก็ไม่เป็นที่นิยมมากเท่า

บทความของแฮลลินันมาสู่คำถามที่ว่ามีอะไรผิดพลาดในการเลือกตั้งเดือน มิ.ย. ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาค่อนข้างดีสำหรับราฮอยแต่แม้ว่าหลังจากนั้นเขาจัดตั้งรัฐบาลได้แต่ก็ไม่มีใครคิดว่ามันจะอยู่ได้นาน แฮลลินันมองว่าผลพวงจากกรณีที่อังกฤษทำประชามติโหวตตัวเองออกจากสหภาพยุโรปหรือ 'เบร็กซิต' ก็มีส่วนกระทบต่อสเปนทำให้ตลาดหุ้นสเปนร่วงหนักสูญเสียไปกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้พรรคพีพีและพีเอสโออีต่างก็ใช้เรื่องนี้มารณรงค์ในเชิงปลุกปั่นความหวาดกลัวเพื่อต่อต้านพรรคโปเดมอส

ถึงแม้พรรคโปเดมอสจะสนับสนุนการเป็นสมาชิกอียู แต่พรรคฝ่ายขวาและฝ่ายสายกลางก็อ้างว่าถ้าหากโปเดมอสชนะพวกเขาจะสนับสนุนให้ชาวคาตาลันปกครองตนเองและเร่งเวลาให้ยุโรปแตกหักเร็วขึ้น ผลพวงจากเบร็กซิตก็ทำให้คนเอาความหวาดกลัวมาเป็นที่ตั้ง และเมื่อคนเอาความหวาดกลัวมาเป็นที่ตั้งก็มักจะโหวตให้กับสิ่งที่คิดว่าเป็นเสถียรภาพ

แฮลลินันระบุว่าโปเดมอสเองก็เสียการสนับสนุนบางส่วนจากผู้สนับสนุนของตัวเองเนื่องจากแสดงออกแบบในสายกลางมากขึ้น ครั้งหนึ่งอิกเลเซียสถึงขั้นบอกว่าโปเดมอส "ไม่ใช่ทั้งขวาหรือซ้าย" โปเดมอสยังงดเรียกร้องรายได้พื้นฐานแบบถ้วนหน้าและหันมาวางแผนปรับค่าแรงขั้นต่ำแทนซึ่งไม่ได้แตกต่างจากโครงการของพรรคสังคมนิยมเลย การงดเรียกร้องรายได้พื้นฐานยังทำให้แปลกแยกจากกลุ่มฐานเสียงที่ต่อต้านนโยายรัดเข็มขัดผู้เป็นกลุ่มแนวหน้าสนับสนุนพรรคที่พยายามต่อสู้ประเด็นความยากจนและเรื่องที่อยู่อาศัยในเมืองอย่างมาดริดและบาร์เซโลนาด้วย

แฮลลินันวิเคราะห์ต่อไปว่าโปเดมอสยังเสียกำลังจากการต่อสู้ในภูมิศาสตร์การเลือกตั้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในสเปนที่ในพื้นที่ชนบทบางแห่งต้องการคะแนนเสียงเพียง 38,000 เสียงในการเลือกส.ส. แต่ในเมืองอย่างมาดริดต้องการคะแนนเสียง 125,000 เสียง ซึ่งพรรคพีพีกับพรรคพีเอสโออีมีความเข้มแข็งมากในชนบทแต่โปเดมอสมีความเข้มแข็งในเมือง และแม้ว่าโปเดมอสจะร่วมมือกับพรรคฝ่ายซ้ายอื่นๆ ในสเปนแต่ก็มีการขับเคลื่อนน้อยมาก อิกเลเซียถึงขั้นเคยพูดถึงสมาชิกแนวร่วมฝ่ายซ้ายไว้ว่าเป็นกลุ่มที่ "เศร้าๆ น่าเบื่อ และขมขื่น" อีกทั้งยังเป็น "ผู้สิ้นหวังที่ทำให้การมองโลกในแง่ร้ายแพร่กระจายติดต่อคนอื่น" ซึ่งเป็นคำวิจารณ์ที่ทำให้คนระดับล่างๆ ในกลุ่มแนวร่วมฝ่ายซ้ายไม่พอใจ ทำให้ผลการเลือกตั้งออกมาว่าโปเดมอสทำได้ไม่ดีนักในพื้นที่ที่กลุ่มแนวร่วมฝ่ายซ้ายมีความเข้มแข็ง

อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งในกาลิเซียและบาสก์ก็แสดงให้เห็นว่าโปเดมอสยังเป็นพรรคที่มีแรงหนุนในระดับชาติ แฮลลินันประเมินว่าเป็นไปได้ที่โปเดมอสจะหยิบฉวยเอาสมาชิกพีเอสโออีที่ทนไม่ได้กับแนวคิดให้ราฮอยตั้งรัฐบาลเข้าร่วมกับพรรคตน อีกทั้งโปเดมอสควรจะค้ำยันพันธมิตรกับกลุ่มแนวร่วมฝ่ายซ้ายไว้และเปลี่ยนแปลงการใช้ภาษาของตัวเองเกี่ยวกับพวกฝ่ายซ้ายเก่า (ซึ่งพวกซ้ายรุ่นหนุ่มสาวก็มักจะกลายเป็นซ้ายเก่าพวกนี้ในที่สุด)

ในแง่ของฝ่ายซ้ายอีกพรรคหนึ่งคือพีเอสโออีแฮลลินันเสนอว่าพวกเขาควรจะลดความเป็นปรปักษ์กับโปเดมอสลงและยอมรับว่าการเมืองแบบที่สองพรรคขับเคี่ยวกันเป็นอดีตไปแล้ว พีเอสโออียังควรจะลดแรงต่อต้านการทำประชามติของชาวคาตาลันเพราะในระยะยาวแล้วอาจจะไม่สามารถปิดกั้นพวกเขาได้ จากที่ผู้นำคาตาลันประกาศไว้ว่าพวกเขาต้องการการลงประชามติแยกตัวจากฝรั่งเศสภายในเดือน ก.ย. 2560

ฝ่ายขวาในสเปนอาจจะมีรัฐบาลแต่ไม่ใช่รัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมากและโครงการของพวกเขาก็ไม่ได้คำนึงถึงปัญหาการว่างงานของชาวสเปนที่มากเป็นอันดับ 2 รองจากกรีซ อีกทั้งยังไม่คำนึงถึงปัญหาวิกฤตด้านสาธารณสุข การศึกษา และที่อยู่อาศัย

ในสเปนเองการรวมกลุ่มฝ่ายซ้ายให้ได้ดูจะเป็นเป้าหมายหลัก แฮลลินันยกตัวอย่างโปรตุเกสที่พรรคสังคมนิยมแรงงานสร้างแนวร่วมกับฝ่ายซ้ายอื่นๆ ทำให้แม้ว่าจะมีความแตกแยกกันแต่ก็หันมาร่วมมือกันในการพับมาตรการรัดเข็มขัดบางส่วน จากที่มาตรการปรับลดงบประมาณช่วยเหลือสวัสดิการประชาชนเช่นนี้เคยทำให้โปรตุเกสตกอยู่ในสภาพที่มีความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจสูงสุดในยุโรป

อีกสาเหตุหนึ่งที่แฮลลินัสชี้ว่าซ้ายในยุโรปควรแสวงจุดร่วมให้ได้มากกว่านี้เพราะมีกลุ่มขวาจัดกำลังเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศอย่าง ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, อังกฤษ, โปแลนด์, กรีซ, ฮังการี, เดนมาร์ก, สวีเดน, ฟินแลนด์ และเยอรมนี อีกทั้งวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมที่มาจากการใช้นโยบายรัดเข็มขัดเป็นเวลากว่าสิบปีและความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจก็ควรจะมีทางออกที่เป็นระบบ ซึ่งเป็นระบบที่ฝ่ายซ้ายเท่านั้นจะสามารถสร้างขึ้นมาได้

แฮลลินันเสนอว่าควรริเริ่มด้วยการให้ซีริซาพรรคฝ่ายซ้ายจากกรีซและโปเดมอสจากสเปนร่วมกันเรียกร้องให้มีการประชุมเรื่องหนี้สินยุโรปแบบเดียวกับการประชุมในลอนดอนเมื่อปี 2496 ที่สามารถยกเลิกหนี้สินในช่วงสงครามให้กับเยอรมนีจนทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีเติบโตขึ้นได้ อีกทั้งฝ่ายซ้ายยังต้องรีบเร่งแก้ปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับความเกลียดกลัวคนนอกอย่างไม่มีเหตุผล, การเหยียดเชื้อชาติ, ความเกลียดชัง, การกดขี่ ซึ่งเป็นเชื้อร้ายที่กำลังแพร่ครอบคลุมยุโรปด้วย



เรียบเรียงจาก

Spain’s Turmoil and Europe’s Crisis, Conn Hallinan, 10-10-2016

http://fpif.org/spains-turmoil-europes-crisis/



ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Citizens_(Spanish_political_party)

https://en.wikipedia.org/wiki/Spanish_Socialist_Workers%27_Party

แสดงความคิดเห็น

 
Top