0


สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ แนะนำนวนิยาย 'แล้วเราจะรักกันได้อย่างไร'

Posted: 19 Oct 2016 12:34 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)


แล้วเราจะรักกันได้อย่างไร ที่กล่าวถึงในที่นี้ คือ นวนิยายขนาดสั้นเล่มใหม่เอี่ยม ที่เขียนโดย อรุณวตี กงลี่ ซึ่งเป็นวรรณกรรมสัจนิยมที่สะท้อนเรื่องเบื้องหลังวงการละครโทรทัศน์ของไทย ดังที่ในคำนำของเรื่องเสนอไว้ว่า “ต้องการเสนอภาพของวงการที่เต็มไปด้วยนางฟ้าเทวดาในวิชาชีพดารา ความพาฝันนั้นก็สามารถมีที่มาจากความจริงอย่างชนิดที่แทบจะระบุได้ว่า ตัวละครนั้นๆ ถอดแบบมาจากใคร” แต่ความน่าสนใจของนวนิยายเรื่องนี้คือ ความน่าจะเป็นวรรณกรรมเล่มแรกที่บันทึกเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 จนถึงการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 โดยเอาสถานการณ์การเมืองขณะนั้นมาสร้างเป็นฉาก

เนื้อเรื่องของนวนิยาย เล่าถึงตัวเอกชื่อ ศิรินดา หรือ เซลีน่า บุช ซึ่งเคยเป็นนางเอกละครที่มีชื่อเสียง แต่หลังจากงานแสดงลดลง ก็เดินทางไปอยู่อังกฤษถึง 8 ปี จนกระทั่งได้กลับมาประเทศไทยและนั่งแท็กซี่ผ่านเสาชิงช้าในวันที่ 25 พฤศจิกายน ในวันที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะแกนนำคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและกำจัดระบอบทักษิณ ได้ใช้ยุทธการ”ดาวกระจาย” โดยจัดแบ่งผู้ชุมนุม”มวลมหาประชาชน”ออกเป็น 13 เส้นทาง แล้วบุกเข้าปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง เช่นกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กระทรวงการต่างประเทศและกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในกรุงเทพมหานคร ในวันนั้น เซลีน่าจึงเผชิญรถติดขนาดหนักจนต้องลงเดิน และได้พบกับผู้จัดละครที่กำลังเดินทางไปร่วมการชุมนุม จึงได้รับการชักชวนให้กลับไปเล่นละครเรื่อง “พยาบาทรัก”เป็นเรื่องแรก

ต่อมา เซลีนา ได้รับการชักชวนจากอีกบริษัทหนึ่งให้ไปเล่นเป็นตัวละครผีในเรื่อง “เลดี้ฝรั่งดอง” และละครเรื่องหลังนี้เอง ทำให้เซลีนาได้รู้จักกับกัมปนาทพระเอกรุ่นน้อง นำมาสู่การสร้างความสัมพันธ์รักต่อกัน และทำให้เซลีนาเลื่อนกำหนดเดินทางกลับอังกฤษ แต่แก่นเรื่องความรักที่เกิดขึ้นและพัฒนาในนวนิยายเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องราวที่เล่าเกี่ยวกับปัญหาของการสร้างละครโทรทัศน์ จะดำเนินไปควบคู่กับสถานการณ์ทางการเมือง เพราะบรรดาดาราจำนวนมากที่ร่วมแสดงในละคร ต่างก็เป็นฝ่ายเข้าร่วมและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยเห็นว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่รักชาติ เซลีน่าพบว่า ในวงการละครมีคนที่สนับสนุนฝ่ายเสื้อแดงค่อนข้างน้อย ดาราตัวเอกเช่น พี่โก๋พระเอกดังที่ไม่ยอมท่องบท ก็ตัดคิวการแสดงไปร่วมการชุมนุมที่ราชดำเนิน หรือพี่ปูนางเอกดาวค้างฟ้า ที่แสดงท่าทีรังเกียจคนเสื้อแดงอย่างเปิดเผย

สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยกระดับในวันที่ 1 ธันวาคม ซึ่งนายสุเทพอ้างว่า เป็น “การปฏิวัติของประชาชน” จากนั้น วันที่ 8 ธันวาคม พรรคประชาธิปัตย์ก็ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ทั้งพรรค วันที่ 9 ธันวาคม เป็นวันชุมนุมใหญ่ที่นายสุเทพอธิบายว่า เป็น “การต่อสู้ครั้งสุดท้าย” มีประชาชนมาร่วมชุมนุมนับแสนคน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ในขั้นตอนการดำเนินการไปสู่การเลือกตั้ง จะถูกฝ่ายผู้ชุมนุมสกัดขัดขวาง โดยอ้างคำขวัญเรื่อง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ดังนั้น เมื่อถึงเวลาปีใหม่ พ.ศ.2557 ก็เป็นปีใหม่ที่เงียบเหงา เพราะการชุมนุมของฝ่าย กปปส.ยังคงอยู่ และวันที่ 29 ธันวาคม ก่อนถึงวันสิ้นปี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศว่าจะชัทดาวน์(ปิด)กรุงเทพฯในวันที่ 13 มกราคม เพื่อปิดบัญชีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สถานการณ์ ทำให้เซลีน่าไม่ไปฉลองปีใหม่ที่ไหน แต่พักผ่อนอยู่ที่คอนโดของตนเองที่ถนนเจริญกรุง กัมปนาทและกลุ่มเพื่อนที่สนับสนุนเสื้อแดง ก็มาร่วมฉลองปีใหม่กับเซลีน่าด้วย

เหตุการณ์ผ่านจากเรื่องการปิดกรุงเทพฯไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งกลุ่มที่สนับสนุนฝ่ายนายสุเทพรณรงค์ไม่ให้มีการเลือกตั้งอย่างหนัก กลุ่มนักแสดงที่สนับสนุนฝ่าย กปปส.ก็พยายามชักชวนเซลีน่าไม่ให้ไปเลือกตั้ง จนกัมปนาทต้องเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ และเมื่อถึงวันเลือกตั้งก็นำกำลังไปปิดกั้นคูหา ไม่ยอมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ โดยความร่วมมือของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งเซลีน่าได้นำมาเล่าไว้ในนวนิยายเล่มนี้ด้วย แต่ในเหตุการณ์จริง การดำเนินการขัดขวางการเลือกตั้งของฝ่ายประชาธิปัตย์และ กปปส.เปิดทางให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกการเลือกตั้งในวันที่ 27 มีนาคม โดยอ้างว่า การเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญเพราะไม่ได้ทำการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นในวันเดียวกัน ต่อมา วันที่ 8 พฤษภาคม ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติถอดถอนนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ในความผิดเรื่องการโยกย้ายข้าราชการไม่ชอบด้วยกฎหมาย 1 คน คือนายถวิล เปลี่ยนศรี ในระยะนี้ ชีวิตของเซลีน่าก็ผูกพันกับกัมปนาทมากขึ้น จนเริ่มมีข่าวซุบซิบลงตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่กัมปนาทก็ไม่สนใจ

การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตลอดจนการดำเนินการของกรรมการเลือกตั้งและศาลรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อปูทางมาสู่การรัฐประหารของกองทัพ ดังนั้น ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 กองทัพได้เริ่มส่งหน่วยทหารเข้ามาตั้งบังเกอร์ประจำในกรุงเทพฯ ในข้ออ้างว่าเพื่อรักษาความปลอดภัย ต่อมามีเสียงวิจารณ์ ทางกองทัพจึงสั่งนำดอกไม้มาประดับบังเกอร์ให้ดูดี แต่ไม่ได้สั่งถอนทหารเหล่านี้ ส่วนชีวิตของเซลีนาเริ่มประสบปัญหา เพราะแม่ของกัมปนาทนำเอาคู่หมั้นของกัมปนาทมาเยือนกองถ่าย ทำให้เซลีนากับกัมปนาทหมางเหมินกัน และเซลีน่าตัดสินใจจองตั๋วเครี่องบินกลับลอนดอนหลังจากการถ่ายละครจบ แต่กัมปนาทตามมาง้อทำความเข้าใจ

วันที่ 11 พฤษภาคม กลุ่มคนเสื้อแดงจัดการชุมนุมต้าน กปปส.ที่ถนนอักษะ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ประกาศวันเปิดประเทศไทย เพื่อตอบโต้กับการปิดกรุงเทพฯของฝ่าย กปปส. ละครเลดี้ฝรั่งดองปิดกล้อง และนัดเลี้ยงนักแสดงที่ร้านเหล้าย่านประชาชื่น ในวันที่ 21 พฤษภาคม คืนวันนั้น เวลา 3.11 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศกฎอัยการศึก และนำมาสู่การยึดอำนาจใน 2 วันต่อมา ขณะที่เซลีน่าเตรียมตัวเดินทางกลับลอนดอน แต่ในนาทีสุดท้ายเซลีน่าก็ตัดสินใจไม่ไปลอนดอน และกลับมาพบกับกัมปนาทที่คอนโดถนนเจริญกรุง

นวนิยายนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกลับไปทบทวน และอธิบายถึงที่มาของสังคมไทยสมัยรัฐประหารปัจจุบัน อย่างน้อยก็ในสายตาของคนเขียนวรรณกรรม ด้วยการผ่านนวนิยายรักโรแมนติก เราก็เห็นถึงชตากรรมอันข่มขื่นของสังคมไทย ที่กลุ่มคนหลายกลุ่มในสังคมมีส่วนร่วมกันสร้างขึ้นมา


0000


เผยแพร่ครั้งแรกใน: โลกวันนี้วันสุข ฉบับ 586 วันที่ 15 กันยายน 2559

แสดงความคิดเห็น

 
Top