0
ผู้ว่าฯ สตง. ชี้ไม่ควรพูดชื่อจนท. ร่วมทริปฮาวาย เหตุคนที่ทำงานความมั่นคงไม่อยากจะเปิดตัว

Posted: 07 Oct 2016 04:50 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

คณะพล.อ.ประวิตร และ รมว.กลาโหม อาเซียน ที่ฮาวาย ที่มาภาพ สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์

7 ต.ค. 2559 พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีเช่าเหมาลำเครื่องบินไปประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ที่ มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า สตง.จะเน้นไปในเรื่องความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินราคากลางไว้ถึง 20 กว่าล้านบาท

“จะเอารายละเอียดทั้งหมดมาพิจารณาว่า การบินไทยมีกระบวนการเรียกเก็บค่าน้ำมัน ค่าเช่าเครื่องบิน ค่าอาหาร อย่างไร มีความยุติธรรมหรือไม่ ต้องวิเคราะห์ต้นทุน เช่น หากคณะเดินทางไปเอง จะแพงหรือถูกกว่า คณะสามารถไปล่วงหน้า หรือ ทยอยไป หรือไปรวดเดียวจบ อะไรถึงจะเป็นประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด หลังจากได้ตัวเลขของการจ่ายจริง ผมก็จะแถลงข่าวต่อสื่ออีกครั้ง” พิศิษฐ์ กล่าว และกล่าวว่า เมื่อ สตง.ทยอยให้ข้อเท็จจริง สังคมและสื่อฯ ก็คงจะพอสรุปได้ส่วนหนึ่ง ส่วนของรายชื่อที่ร่วมคณะนั้น เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) มีการเปิดเผยไปแล้วว่า มีแต่บุคลากรที่มีชั้นยศ และมีตำแหน่งที่เกี่ยวกับความมั่นคง

“ในส่วนรายชื่อของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง เราไม่ควรจะพูด คนที่ทำงานความมั่นคง ก็ไม่อยากจะเปิดตัว แต่ถามผมว่ามีชื่อผู้หญิงที่เป็นข่าวไหม ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มี คนนั้นเขาก็บอกแล้วว่า ไม่ได้ไป ถ้าถามว่ามีคนของบริษัทพีพีไปด้วยหรือไม่ ผมดูแล้วก็ไม่มี มีแต่ที่ปรึกษารัฐมนตรี” พิศิษฐ์ กล่าว

พิศิษฐ์ กล่าวว่า การเดินทางไปประชุมครั้งนี้ ของ พล.อ.ประวิตร มีวัตถุประสงค์เพื่อไปประชุมองค์คณะรวมกับประชุมคู่เจรจา เวลาประชุมกับคู่เจรจา รัฐมนตรีจะไปเดินพูดทั้ง 10 ห้องคงไม่ได้ ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไป มี 30 คน แบ่งเป็น 10 เรื่อง เรื่องละ 3 คน ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ ไม่ขอให้ความเห็น แต่ว่าวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งก็คือ การประชุมร่วมกับประเทศคู่เจรจา อย่างน้อย 10 ประเทศ จึงต้องเตรียมคลังความรู้ เครื่องมือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคไปด้วย
ป.ป.ช. ยันนามสกุล 'จันทร์โอชา' ไม่มีผลต่อการสอบ

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึง กรณี ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม กับพวก รวม 4 คน กรณีอำนวยความสะดวกในการใช้ทรัพย์สินราชการ ให้ ผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภรรยา ในฐานะนายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเดินทางไปสร้างฝาย ที่ จ.เชียงใหม่ และกรณี พล.อ.ปรีชา ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ ช่วยเหลือห้างหุ้นส่วนจำกัดของบุตรชาย ให้ได้รับงานก่อสร้างในกองทัพภาคที่ 3 ว่า ป.ป.ช.อยู่ในระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง จะต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน

“ยืนยันว่า แม้ผู้ถูกร้องเรียนจะนามสกุล จันทร์โอชา ก็ไม่มีผลต่อการสอบสวนใดๆ ส่วนการที่เลขาฯ ป.ป.ช. ออกมาแถลงชี้แจงการทำคดีต่างๆ เมื่อวานนี้ (7ต.ค.) ก็เพื่อให้สังคมเข้าใจว่า ป.ป.ช.กำลังทำอะไรอยู่ เพราะคดีที่ ป.ป.ช.ดำเนินการเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา ดังนั้น ต้องใช้เวลาในการแสวงหาข้อเท็จจริง และไต่สวนอย่างรัดกุม” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

สำหรับการตรวจสอบกรณีเช่าเหมาลำเครื่องบินไปประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ที่ มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ของ พล.อ.ประวิตร นั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า มีส่วนราชการที่มีอำนาจดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว หาก สตง. ส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อ ก็ต้องไปดูว่าอยู่ในข่ายอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ด้วยหรือไม่ หากมีผู้มาร้องเรียนเรื่องนี้ ต่อ ป.ป.ช. ก็ต้องดูเหตุและผล เพราะอาจเป็นการก้าวล่วงหน่วยงานอื่นๆ ได้



เรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย

แสดงความคิดเห็น

 
Top