0
"ทนายวันชัย"ย้ำใช้พ.ร.บ.ละเมิดเรียกเงิน"ยิ่งลักษณ์"ผิดเจตนารมณ์ ถามกลับใช้ม.44 ออกคำสั่งทางปกครองริดรอนสิทธิประชาชน-ก้าวล่วงอำนาจตุลาการใช่หรือไม่?
นี่คือตัวอย่างการใช้ พรบ.รับผิดทางละเมิด ที่กฎหมายบังคับว่าถ้าข้าราชการหรือเจ้าพนักงานของรัฐทำละเมิดเอกชน เอกชนต้องฟ้องหน่วยงานรัฐที่ผู้ทำละเมิดสังกัด(การที่ข้าราชการทำละมิดต่อเอกชน-จะผิดหรือไม่ผิด ม.157 ก็ได้-แต่เป็นการละเมิดในทางแพ่ง)
.
เมื่อศาลยุติธรรมตัดสินแล้ว หน่วยงานรัฐจ่ายค่าเสียหายไป จึงเอามูลค่าเสียหายที่ยุติแล้วตามคำพิพากษาของศาล มาพิจารณาว่าข้าราชการผู้ทำละเมิดนั้นเข้าข่ายต้องร่วมรับผิดหรือไม่ ถ้าต้องรับผิดควรเป็นเท่าไร แล้วจึงออกคำสั่งทางปกครองสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นๆรับผิดชดใช้หน่วยงานรัฐ
.
อันนี้แหละครับ กรณีแบบนี้แหละครับใช้กันมาหลายพันคดีแล้ว ไม่เกิดปัญหา เพราะศาลตัดสินแล้ว ไม่ใช่คณะกรรมการตัดสินเองว่าจะกำหนดค่าเสียหายเอง เอาค่าเสียหายที่ศาลตัดสินแล้วมาพิจารณาเท่านั้น ว่าข้าราชการผู้ทำละเมิดจะมีส่วนรับผิดหรือไม่ ถ้ารับผิด จะรับผิดเท่าใด ตรงนี้ตรงตามเจตนารมย์ของ พรบ.และหมายเหตุท้าย พรบ.ความรับผิดทางละเมิด
.
ที่นี้มาดูตรง มาตรา 10 ที่ใช้กรณีข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐทำละเมิดต่อหน่วยงานรัฐ กฎหมายไม่ได้บอกว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่บอกชัดๆว่าทำละเมิดต่อหน่วยงานรัฐ จึงต้องตีความตามลายลักษณ์อักษรว่า
.
"ทำละเมิดต่อหน่วยงาน และต้องเป็นหน่วยงานรัฐเท่านั้น"
.
จะไปตีความแบบกว้างๆว่า "การละเว้นหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่เข้าข่ายผิด ม.157-หรือผิดกฎหมาย ปปช.นั้น เป็นการกระทำละเมิดต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อจะใช้คำสั่งทางปกครองโดยหน่วยงานรัฐ จึงเป็นการบังคับใช้ที่ผิดเจตนารมย์ของ พรบ.ความรับผิดทางละเมิด เพราะกฎหมายอาญา-กฎหมาย ปปช.นั้นกำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นกฎหมายอาญาแผ่นดินที่รัฐเป็นผู้เสียหาย จะปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานไหนก็รัฐเป็นผู้เสียหาย ในทางคดีอาญา ไม่ใช่หน่วยงานรัฐเป็นผู้เสียหาย หน่วยงานรัฐเป็นเพียงตัวแทนรัฐในการดำเนินคดีอาญากับข้าราชการหรือเจ้าพนักงานที่ทำผิดอาญาเท่านั้น" ไม่ใช่เขาเหล่านั้นทำผิดต่อหน่วยงานราชการที่เขาสังกัด
.
ในส่วนทางแพ่ง หากข้าราชการทำละเมิดต่อหน่วยงานรัฐที่เป็นต้นสังกัดนั้น อาจผิดอาญาหรือไม่ผิดอาญาก็ได้ แต่ต้องเป็นการละเมิดโดยตรงต่อหน่วยงานรัฐนั้น หน่วยงานต้นสังกัดจึงมีอำนาจตาม ม.10 , 12 ออกคำสั่งทางปกครองสังให้ผู้ทำละเมิดชดใช้ต่อหน่วยงานรัฐ
.
แต่กรณีที่ เป็นนายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรี และข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง กับ การบริหารนโยบายรัฐตามโครงการรับจำนำข้าว หรือพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เป็นโครงการตามนโบายของรัฐบาลไทยแห่งประเทศไทยที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ ชัดเจนว่าเนื้อหาโครงการไม่ได้ผิดกฎหมาย การดำเนินการ การใช้เงินงบประมาณตามที่ได้รับการอนุมัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่ใช่การที่ข้าราชการทำละเมิดกับหน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์โดยตรง เพราะกระทรวงต่างๆ หน่วยงานต่างๆเป็นเพียงตัวแทนรัฐในการบริหารงานเท่านั้นหากทำละเมิดจริง ก็ต้องไม่ใช่ละเมิดต่อหน่วยงาน แต่ต้องพิจารณาว่าละเมิดต่อรัฐหรือรัฐบาลไทยหรือประเทศไทยหรือไม่
.
ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญาตามกฎหมายอาญา หรือกฎหมาย ป.ป.ช.ก็ชัดเจนว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่กฎหมายกำหนดว่ารัฐเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นตัวแทนรัฐเป็นผู้เสียหาย
.
หากในที่สุดถูกตัดสินว่าผิด ก็เป็นการทำความผิดต่อรัฐ-รัฐบาลไทย-ประเทศไทย ไม่ใช่การทำผิดอาญาต่อกระทรวงการคลัง ต่อกระทรวงพาณิชย์ จึงชัดเจนว่าการผิดตามกรณีนี้ไม่ใช่การทำละเมิดต่อกระทรวงการคลัง--การทำละเมิดต่อกระทรวงพาณิชย์ จึงไม่ใช่การทำละเมิดต่อหน่วยงานรัฐ
.
การใช้ ม.10 ,12 จึงเป็นการใช้ที่ผิดเจตนารมย์ของ พรบ.ความรับผิดทางละเมิด ที่ชัดๆว่าผิดปกติในการบังคับใช้ คือ ต้องออกกฎหมายโดย ม.44 เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจบังคับคดีโดยผลจากคำสั่งทางปกครอง อีกหน่อยศาลก็หมดความหมาย หน่วยงานของรัฐออกคำสั่งทางปกครอง แล้วถ้าศาลปกครองไม่เพิกถอนคำสั่งก็เท่ากับเจ้าพนักงานบังคับคดีตามผลจากคำสั่งทางปกครอง ไม่ใช่จากศาลหรือคำพิพากษาของศาลปกครองนะครับ นี่คือการริดรอนสิทธิประชาชนและก้าวล่วงอำนาจตุลาการใช่หรือไม่
.
หากในที่สุดตัดสินว่าผิด ม.157 หรือกฎหมาย ป.ป.ช. รัฐ-รัฐบาลไทย-ประเทศไทย โดยตัวแทนผู้มีอำนาจตามกฎหมายต้องไปฟ้องทางแพ่งฐานละเมิดต่อศาลยุติธรรมเอากับผู้ที่ทำผิด ม.157 หรือกฎหมาย ป.ป.ช. โดยอ้างอิงอายุความอาญาที่ยาวกว่าอายุความฟ้องละเมิด เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่า สมควรต้องรับผิดทางละเมิดหรือไม่ ถ้าสมควรจะต้องรับผิดเพียงใด หากผลออกมาอย่างไร นี่คือการบังคับคดีโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีทำหน้าที่ตามคำสั่งศาลหรือคำพิพากษาของศาล
.
ดังนั้น การให้คณะกรรมออกคำสั่งทางปกครอง เป็นผู้กำหนดความเสียหายที่อ้างว่าทำละเมิดต่อรัฐ ทำประเทศชาติเสียหาย เสียเงินงบประมาณไปจำนวนมากนั้น จึงไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลังเสียหาย แต่กลับให้คณะกรรมการที่ไม่ใช่ศาลทำการริดรอนสิทธิประชาชน หรือข้าราชการผู้ถูกกล่าวหาว่าทำผิด และเป็นการทำการที่ก้าวล่วงไปใช้สิทธิและตัดสินค่าเสียหายและความรับผิดของประชาชน หรือข้าราชการแทนศาล และอำนาจตุลาการอยู่ตรงไหนล่ะ ถ้าอำนาจบริหารทำเยี่ยงนี้
.
นี่เป็นการแสดงข้อคิดเห็นทางวิชาการ ไม่ได้ดูหมิ่นท่านผู้ทำหน้าที่ทุกๆตำแหน่ง




.
ทนายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ
8 ตุลาคม 2559

แสดงความคิดเห็น

 
Top