0

สาว 17 แจ้งความ ถูกปลอมเฟซบุ๊กโพสต์หมิ่นกษัตริย์ คาดฝีมือคนเคยทะเลาะกัน

Posted: 25 Oct 2016 11:45 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)



25 ต.ค. 2559 พ.ต.ท.ณรงค์ แสนเกื้อ พนักงานสอบสวน สภ.กันตัง รับเรื่องแจ้งความร้องทุกข์จาก ณัฐกานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี ชาว อ.กันตัง จ.ตรัง ว่า มีคนแอบอ้างนำชื่อ และภาพของตนไปสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “นู๋โบวี่ รักปี๋โอมมี” โดยมีภาพใบหน้าของ ณัฐกานต์และอาวุธปืน พร้อมลักษณะเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฟซบุ๊กดังกล่าวเพิ่งเปิด และมีการโพสต์ข้อความในวันเดียวกัน ส่งผลให้ณัฐกานต์เสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกสังคมเข้าใจผิด อีกทั้งภาพที่ถูกโพสต์ขึ้นมีปืนไม่ทราบชนิดรวมอยู่ด้วย โดยชาวเน็ตเมื่อเห็นข้อความพร้อมกับภาพดังกล่าวที่ถูกโพสต์ขึ้นต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ทั้งด่าทอ สาปแช่ง และแชร์ข้อความดังกล่าวออกไป โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเฟซบุ๊กนั้นถูกปลอมขึ้นมา

พ.ต.ท.ณรงค์ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของ ณัฐกานต์ เอาไว้เพื่อตรวจสอบ

ณัฐกานต์ ระบุว่า ตนกับสามีเคยมีปัญหาส่วนตัวกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นแฟนกับสามีตน โดยสามีตนได้เลิกรากับผู้ชายคนดังกล่าวไปได้ประมาณ 2 เดือน และยังเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทจนมีการแจ้งความดำเนินคดีกันมาแล้วก่อนหน้านี้ จึงเชื่อว่าจะต้องเป็นฝีมือของผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน เพราะตนเองไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร ส่วนภาพใบหน้าของตนนั้น เชื่อว่าเขาจะต้องไปก๊อปปี๊ภาพมาจากในเฟซบุ๊กของคนที่เป็นเพื่อนกับตนอย่างแน่นอน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันตัง หลังสอบปากคำ ณัฐกานต์ แล้ว จึงได้เดินทางไปนำตัว นินทร์ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อดีตแฟนของสามีณัฐกานต์มาสอบสวนที่ สภ.กันตัง โดยเบื้องต้น นินทร์ ให้การปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้กระทำ เจ้าหน้าที่จึงยึดโทรศัพท์มือถือไว้ตรวจสอบและปล่อยตัวไปก่อน โดยยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และหาพยานหลักฐาน

ขณะเดียวกันก็ยังจะต้องนำตัวผู้ต้องสงสัย และพยานรายอื่นๆ ประมาณ 3-4 คน มาสอบปากคำด้วย เพื่อหาหลักฐานติดตามหาตัวมือโพสต์ต่อไป เนื่องจากเขาข่ายกระทำความตามมาตรา 112 และกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550

กมล ประเสริฐกุล นายอำเภอกันตัง ในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ลงมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วยตนเองถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ โดยทางตำรวจหาพยานหลักฐานผู้ที่ต้องสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำผิดหรือไม่ ซึ่งทราบว่าในเบื้องต้น เจ้าตัวได้ปฏิเสธ โดยผู้เสียหายต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเพราะอยู่ในเขตเมืองกันตัง ซึ่งเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัย เพราะอาจมีคนจำนวนมากโกรธเคือง และสร้างความไม่พอใจได้ต่อกระแสที่ถูกแชร์ออกไป จึงได้มอบหมายให้ทางอำเภอและฝ่ายความมั่นคงติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ และ WorkpointNews

แสดงความคิดเห็น

 
Top