0
2016-06-07_193120
source pic : http://www.dw.com/en/thailands-democratic-future-at-a-crossroads/a-19298132
สื่อเยอรมัน ‘DW’ เขียนถึงหัวเลี้ยวหัวต่อประชาธิปไตยไทย แนะแยกส่วนอำนาจ
Posted: 05 Jun 2016 12:31 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)  

สื่อสัญชาติเยอรมนี ดอยช์ เวเลย์ (Deutsche Welle หรือ DW) รายงานถึงสถานการณ์ในประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน ส.ค. นี้ว่ามันอาจจะส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยในอีกหลายสิบปีข้างหน้า โดยที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้กองทัพคงอำนาจของตัวเองไว้
ในรัฐสภาเยอรมนีที่กรุงเบอร์ลิน DW ได้สัมภาษณ์สุนัย ผาสุก จากฮิวแมนไรท์วอทช์ประเทศไทยถึงเรื่องนี้ สุนัยชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยและถ้าไม่ยับยั้งมันไว้ก็อาจจะสายเกินไป โดยสุนัยบอกว่าแทนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำให้ประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยกลับจะทำให้ประเทศล้าหลังทางประชาธิปไตยไปมากกว่าเดิมเนื่องจากในร่างฯ กำหนดให้เผด็จการทหารเป็นผู้คัดเลือกตัวแทน ส.ว. ทั้งหมด 250 คน และเว้นที่ให้ผู้นำกองทัพ 6 ที่นั่ง
สื่อ DW ยังนำเสนอเรื่องที่ทหารจัดกองกำลังทหาร 200,000 นาย และครู 300,000 คน ชักจูงให้คนโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมาจากการสัมภาษณ์อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จรัล ดิษฐาอภิชัย โดยจรัลกล่าวอีกว่าการที่ไม่อนุญาตให้มีการหารือและวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูยฉบับนี้ในสื่อทำให้กระบนการทั้งหมดเป็นกระบวนการที่บกพร่อง เป็นกระบวนการประชามติที่ไม่เป็นธรรมและไม่เป็นอิสระและเป็นแค่ความพยายามของกองทัพในการอ้างความชอบธรรมในการยึดกุมอำนาจของตัวเอง
ทางด้านสุภาพรรณ เตียพิริยะกิจ ตัวแทนจากสถานทูตไทยในกรุงเบอร์ลินกล่าวหาว่าอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้ก่อปัญหาให้ประเทศ และรัฐบาลปัจจุบันเป็นผู้แก้ไขปัญหาที่เธอทำไว้ในอดีต
มาร์ติน พัตเซลต์ ส.ส. เยอรมนีที่เคยเข้ารับฟังกรณีสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมาก่อนกล่าวว่า เยอรมนีต้องการรักษาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดต่อทั้งรัฐบาลไทยและทั้งประชาชนชาวไทย แต่การที่สังคมมีการแบ่งแยกฝังรากลึกแบบในประเทศไทยก็เป็นการยากที่จะส่งเสริมประชาธิปไตยได้
โทมัส แกมบ์เคอ ประธานกลุ่มสภาอาเซียนในรัฐสภาเยอรมนีกล่าวว่าระหว่างเหล่าผู้เล่นการเมืองในไทยต่างก็ขาดความเคารพละความเชื่อมั่นในกันและกันซึ่งจะนำไปสู่สภาพคุมเชิงกัน เขาบอกอีกว่าการที่จะป้องกันไม่ให้รัฐบาลทหารจัดตั้งตัวเองเป็นผู้ตัดสินใจระดับบนสุดของประเทศในทางพฤตินัยได้นั้นควรมีการแยกส่วนอำนาจระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของรัฐบาลรวมถึงหน่วยงานตุลาการที่เป็นอิสระด้วย
ส.ส. แกมบ์เคอกล่าวต่อไปว่าเขาจะใช้ทุกช่องเพื่อสื่อสารกับเอคอัครราชทูตไทย ตัวแทนของรัฐบาล และกลุ่มอื่นๆ เพื่อทำให้มีการแยกส่วนอำนาจระหว่างภาค่วนต่างๆ ของรัฐบาลในไทย

เรียบเรียงจาก
Thailand's democratic future at a crossroads, Deutsche Welle, 01-06-2016

แสดงความคิดเห็น

 
Top