0

ศาลตัดสินโทษ 'บิกโนเน' เผด็จการคนสุดท้ายของอาร์เจนตินา ฐานเอี่ยวล่าสังหารประชาชน
Posted: 29 May 2016 07:40 AM PDT
อดีตนายพลผู้ได้รับสมญานามว่าเผด็จการคนสุดท้ายของอาร์เจนตินาถูกตัดสินลงโทษจำคุกเพิ่มอีก 20 ปี ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเหยี่ยวที่มีการไล่ล่าศัตรูทางการเมืองของเผด็จการในอเมริกาใต้ของยุคนั้นอย่างโหดเหี้ยม นอกจากนี้ยังพบว่าสหรัฐฯ มีส่วนช่วยเหลือเผด็จการอเมริกาใต้ในปฏิบัติการดังกล่าวด้วย
30 พ.ค. 2559 เรย์นัลโด บิกโนเน อดีตนายพล วัย 88 ปี ผู้ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเผด็จการทหารคนสุดท้ายของอาร์เจนตินาถูกตัดสินลงโทษจำคุก 20 ปี จากที่เขามีบทบาทในปฏิบัติการเหยี่ยว (Operation Condor) ซึ่งเป็นปฏิบัติการจัดตั้งหน่วยสังหารร่วมกันในประเทศเผด็จการแถบเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล โบลิเวีย ชิลี ปารากวัย อุรุกวัย รวมถึงอาร์เจนตินา ที่ทำการข้ามแดนเพื่อลักพาตัว ทารุณกรรมและสังหารศัตรูทางการเมืองที่หนีข้ามประเทศ
ในอาร์เจนตินามีกรณี "การจับกุมอย่างผิดกฎหมาย" 105 กรณีซึ่งส่วนใหญ่มักจะตามมาด้วยการเสียชีวิตของชาวต่างชาติหลายสัญชาติที่หลบหนีการถูกตามล่าทางการเมืองเข้าไปอยู่ในอาร์เจนตินา และในอาร์เจนตินาเองภายใต้รัฐบาลทหารในยุคสมัยนั้นก็มีการปราบปรามผู้คนด้วยสาเหตุทางการเมืองจนมีผู้คนหลบหนีออกจากประเทศเช่นกัน โดยหลังจากที่จับกุมตัวเหยื่อมีการบังคับให้ "สาบสูญ" โดยมักจะถูกเผา หรือถูกวางยาแล้วโยนจากเครื่องบินลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
แต่ในที่สุดตัวการผู้ก่ออาชญากรรมโหดเหี้ยมเหล่านี้ก็ถูกตัดสินลงโทษ โดยที่ผู้พิพากษา อเดรียน กรุนแบร์ก อ่านคำพิพากษาตัดสินอดีตเจ้าหน้าที่ทหาร 17 คนในห้องพิจารณาคดีที่เต็มไปด้วยญาติๆ ของเหยื่อ
บิกโนเน ปกครองอาร์เจนตินาสมัยปี 2525-2526 ในช่วงต้นสงครามเกาะฟอล์กแลนด์ เขาถูกตัดสินว่ามีส่วนพัวพันกับการลักพาตัวและการใช้อำนาจในทางที่ผิดในการบังคับสาบสูญประชาชนมากกว่า 100 คน โดยที่ก่อนหน้านี้บิกโนเนก็เคยถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตมาแล้วจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายเรื่องในช่วงที่อาร์เจนตินาอยู่ภายใต้เผด็จการในปี 2519-2526 อดีตนายพลระดับสูงอีกรายหนึ่งที่ถูกตัดสินคือ ซานติเอโก ริเวอรอส ถูกตัดสินให้จำคุก 25 ปี
ลุซ ปาลมาส ซาลดัว ทนายความฝ่ายญาติผู้สูญเสียจากศูนย์ศึกษาสังคมและกฎหมายซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนอาร์เจนตินากล่าวว่า การตัดสินในครั้งนี้มีความสำคัญเพราะเป็นครั้งแรกที่ปฏิบัติการเหยี่ยวได้รับการพิสูจน์คดีในศาล และถือเป็นครั้งแรกที่อดีตสมาชิกผู้ร่วมปฏิบัติการเหยี่ยวถูกตัดสินฐานก่อตั้งองค์กรอาชญากรรม
หนึ่งในกรณีที่ริเวอรอสถูกตัดสินคือกรณีที่พวกเขาลักพาตัวคู่สามีภรรยาพร้อมกับทารกไปคุมขังไว้ในสถานกักกันของกองบัญชาการปฏิบัติการเหยี่ยวในบัวโนสไอเรส คู่สามีภรรยาถูกสังหารและลูกของพวกเขาชื่อมารีอานา อายุ 1 ขวบถูกมอบให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองอาร์เจนตินาเลี้ยงดู จนกระทั่งอีก 16 ปีหลังจากนั้นมารีอานาถึงจะได้กลับไปสู่ญาติๆ ครอบครัวจริงของเธอ ส่วนพ่อเลี้ยงของเธอถูกตัดสินฐานกระทำทารุณกรรมและจับกุมคนอย่างผิดกฎหมาย
ถึงแม้ว่าในการพิจารณาคดีในครั้งนี้จะไม่ได้คำนึงถึงบทบาทของทางการสหรัฐฯ ในยุคนั้นต่อปฏิบัติการที่โหดร้ายในอเมริกาใต้ แต่ก็มีหลักฐานสำคัญที่โยงถึงบทบาทของสหรัฐฯ ในยุคนั้นได้ ซาลดัวกล่าวว่าพวกเขาค้นพบเอกสารของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ รู้เห็นเกี่ยวกับการสังหารในกรณีปฏิบัติการเหยี่ยวและให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค มีหลักฐานบ่งชี้ว่าหน่วยงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ให้คอมพิวเตอร์แก่หน่วยปฏิบัติการเหยี่ยวและติดต่อพวกเขาผ่านทางบริการโทรเลขในกรุงปานามา
แม้ว่าโดยทางการแล้วบริการโทรเลขนี้ถูกกำหนดให้ใช้กับการซ้อมรบร่วมกันของทหารในประเทศอเมริกาใต้กับสหรัฐฯ ที่ปานามา แต่เอกสารโทรเลขจากสถานทูตสหรัฐฯ ในปารากวัยส่งถึงทางการสหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขาทำการประสานงานด้านข้อมูลกับประเทศแถบอเมริกาใต้ที่เป็นเครือข่ายของปฏิบัติการเหยี่ยว
ซาลดัวระบุว่าอาจจะมีการเปิดเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในปฏิบัติการเหยี่ยวในอนาคต ปัจจุบันพวกเขามีแต่เอกสารของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ พวกเขาหวังว่าจะได้ข้อมูลมากกว่านี้หลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และซีไอเอยอมเผยแพร่เอกสารในช่วงเผด็จการอเมริกาใต้ จากที่ก่อนหน้านี้ในวงที่ไปเยือนอาร์เจนตินาในเดือน มี.ค. ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ให้สัญญาว่าจะเปิดเผยเอกสารเรื่องนี้ทั้งหมด รวมถึงเอกสารของกองทัพและเอกสารด้านข่าวกรองด้วย
"ผมชื่อว่าพวกเราควรจะมีความรับผิดชอบที่จะเผชิญหน้ากับอดีตด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใส" ซาลดัวกล่าว


เรียบเรียงจาก
Argentina's last military dictator jailed for role in international death squad, The Guardian, 27-05-2016 http://www.theguardian.com/world/2016/may/27/argentinas-last-military-dictator-jailed-over-role-in-operation-condor

แสดงความคิดเห็น

 
Top