0

นักวิชาการชี้เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาจีน เผยการท่องเที่ยวยังเติบโต แต่ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมน่าเป็นห่วง
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ชี้ เศรษฐกิจไทยไม่โตไปพร้อมโลกมาตั้งแต่ปี 2554 ขณะที่อนาคตผูกอยู่กับจีนค่อนข้างมาก ระบุรายได้จากการท่องเที่ยวยังเป็นหลัก ขณะที่ด้านการส่งออกและอุตสาหกรรมยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ส่วนที่ภาคเกษตรอาจจะไม่สามารถรองรับแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมอย่างที่ผ่านมา
ดร. ณชา อนันต์โชติกุล นักวิจัยจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้เติบโตสัมพันธ์กับโลกมาตั้งแต่ปี 2554 แล้วเนื่องจากประเทศอื่น ๆ ที่เคยนำเข้าสินค้าขั้นกลางจากไทยไปผลิตเริ่มผลิตเองมากขึ้น อีกส่วนคือปัญหาเฉพาะของไทยเอง ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลก เช่น ค่าแรงที่สูงขึ้น ขาดการลงทุนเป็นเวลานาน และไม่มีนวัตกรรม รวมทั้ง การพัฒนาเทคโนโลยีไม่สอดคล้องกับทิศทางใหม่ ๆ เช่น ไทยเคยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดไดรฟ์รายใหญ่ของโลก แต่ปัจจุบันคนใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลน้อยลง และหันไปใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น
ดร. ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุว่า สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมีปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ก็คือ สถานการณ์ภัยแล้งที่มีผลต่อภาคเกษตร การส่งออกในภาคอุตสาหกรรม และการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งนี้ปัญหาภัยแล้งไม่ได้ส่งผลเฉพาะเกษตรผู้ปลูกพืชเท่านั้น แต่ส่งผลต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบ การให้เงินชดเชยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบนั้นอาจจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ได้รับผลกระทบมาก แต่การจะชดเชยในขนาดที่ไม่ให้กระทบกับจีดีพี ต้องชดเชยให้เกษตรกรหลายเท่าและต้องชดเชยภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่การผลิตด้วย
ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมนั้น พบว่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยนั้นส่งผลกระทบทางอ้อมมาก โดยเฉพาะสาขาหลัก 2 สาขาคือยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ซึ่งมีมูลค่าส่งออกสูง หากมีภาวะชะลอตัวต่อเนื่องและมีภาวะลดการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบขนาดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมา ในวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และ 2551 นั้นเศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นเพราะมีภาคเกษตรรองรับ แต่ปัจจุบัน ภาคเกษตรอาจจะไม่สามารถรองรับได้อย่างที่ผ่านมา
สำหรับการท่องเที่ยวนั้น มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งทุก ๆ บาทที่นักท่องเที่ยวจ่ายจะหนุนให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นสองเท่า ทำให้เกิดภาวะหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเป็นเชิงบวก แต่ควรคำนึงถึงผลกระทบจากความสูญเสียระยะยาวของความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบจากภาวะความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกที่อาจจะส่งผลต่อการท่องเที่ยวระยะยาวด้วย
ดร. ณัฐพงษ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาจีนพยุงเศรษฐกิจไทยมานานแล้ว ทั้งในภาคการบริโภค และการนำเข้าสินค้าขั้นกลางไปผลิตต่อ รวมถึงการท่องเที่ยว แต่ต่อไป การนำเข้าเพื่อบริโภคและนำเข้าไปเพื่อผลิตอาจจะลดลง ขณะที่นักท่องเที่ยวจากจีนน่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง
ด้าน ดร. ศิวัสน์ เหลืองสมบูรณ์ จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยกล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง และในกรณีของจีนนั้นกำลังมีปัญหา ซึ่งขณะนี้บริษัทจำนวนมากของจีนต้องได้รับการพยุงโดยรัฐบาลกลาง ขณะที่การท่องเที่ยวนั้น ปีที่ผ่านมารายได้ของไทยที่มาจากนักท่องเที่ยวจีนมีมากกว่า 26 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งหมด
ดร. ศิวัสน์ กล่าวว่าในอนาคต ไทยอาจจะต้องมองไปที่เพื่อนบ้านและหาประโยชน์จากมูลค่าการค้าในเพื่อนบ้านที่สูงขึ้น และทำนโยบายเรื่องตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในบริเวณชายแดนให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งเขาคาดว่าการค้าชายแดนจะมีบทบาทต่อการค้าของไทยมากขึ้น ในอีกด้านคือทางเชื่อมต่อกับจีนซึ่งเพิ่มขึ้นหลายทาง และจีนก็พยายามลงทุนในมณฑลตอนในของจีนมากขึ้น ซึ่งไทยสามารถเชื่อมโยงได้ทางมณฑลยูนนาน และสามารถเชื่อมโยงตรงเข้าไปในมณฑลเสฉวน เป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมใหม่ที่เน้นรถยนต์และอิเล็กโทรนิกส์
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ: เจ้าหน้าที่ทหารช่วยอธิบายเส้นทางแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เยาวราช


แสดงความคิดเห็น

 
Top