0


ปิดฉากบัลลังก์เจ้าพ่อเมืองกรุง "เฮียเหลา" หรือ "แคล้ว ธนิกุล"
ยุทธจักรผู้กว้างขวาง เมืองหลวง ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของ “แคล้ว ธนิกุล” ผู้สามารถกุมกลไกได้ แทบครบวงจรสมบูรณ์แบบ ตามฉบับแห่ง “ก็อดฟาเธอร์” อย่างแท้จริง เพราะเขาคือ...เจ้าพ่อเมืองกรุงหมายเลข 1 ตัวจริงเสียงจริงในสมัยเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา..แต่ในที่สุดต้องมาจบชีวิตตามวิถีเส้นทางโคจรของผู้กว้างขวาง เหมือน อดีตบรรดาเจ้าพ่อรายอื่น ๆ
รายการปิดฉากเจ้าพ่อเมืองหลวง “แคล้ว ธนิกุล” อุบัติขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 5 เม.ย. 2534 เมื่อตำรวจ สภ.อ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งมีเหตุยิงกันตาย 2 ศพบริเวณหลัก กม.ที่ 54-55 ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หมู่ 1 ต.ทรงคะนอง อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยผู้บังคับบัญชาสมัยนั้นมี พ.ต.อ.สุรัตน์ ยุทธโยธินผกก.ภ.นครปฐม พ.ต.ท.มาโนช จรดล สวญ. พ.ต.ท.มนต์ชัย ตั้งมั่น สวป.รีบออกไปสอบสวน
ที่ เกิดเหตุพบรถปิกอัพอีซูซุสีดำ ทะเบียน 1ณ-5228 กรุงเทพมหานคร ข้างรถเขียนว่า “สมาคมมวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย” ด้วยแรงอานุภาพของกระสุนอาวุธสงครามทั้ง เอ็ม 16, อาก้า และเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ทำให้รถพรุนเป็นรูโหว่ไป ทั้งคัน ภายในที่นั่งคนขับพบศพนายสกุลยุทธ ทองสายพาน หรือ “ตี๋ ดำเนิน” ฉายาในวงการรับจ้างฆ่าคน “มือปืนร้อยศพ” นอนตายในสภาพหัวพิงพวงมาลัยถูกกระสุนปืนกะโหลกเปิดมันสมองไหลนอง มือขวากำปืนขนาด 11 มม. กระสุนเต็มแมกกาซีน
ส่วนที่นั่งเบาะหลังพบ ศพ นายแคล้ว ธนิกุล หรือ “เฮียเหลา” นายกสมาคมมวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ผู้เป็น “เสาหลัก” ของวงการหมัดมวยถูกกระสุนปืนพรุนไปทั้งร่าง นอนเสียชีวิตซุกอยู่กับเบาะเลือดโชกไปทั่วตัว จากการตรวจสอบภายในรถของเหยื่อกระสุนปืนบริเวณท้ายรถพบกองเลือดนองพื้น น่าเชื่อว่ามีผู้บาดเจ็บอีก 1 คน แต่หายตัวไปอย่างปมปริศนามีพิรุธ ซึ่งตำรวจเชื่อว่า น่าจะเป็น กุญแจไข ไปสู่คดี
ทันทีที่เจ้าพ่อคน ดังถูกปลิดชีพ ทาง พล.ต.อ. สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ อ.ตร.ในสมัยนั้น ส่งมือสอบสวน พล.ต.ท.สนั่น ตู้จินดา ผู้ช่วย อ.ตร.พร้อมทีมสีกากีฝีมือดีลงพื้นที่สอบพยานแวดล้อม-พยานปากในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามแกะรอยหาเบาะแสของทีมนักฆ่าทมิฬ ที่ปฏิบัติการโจมตีเหยื่อเหมือนกับการถูกฝึกฝนมาจากหน่วยรบบางหน่วย ด้วยการติดตามไล่ล่าเป้าหมาย เมื่อถึงพื้นที่ที่ลงมือสังหาร ก็จะจัดการเก็บเหยื่อทันควันหรือภาษาทหาร “คิลลิ่งโซน”
ตามแนวทาง การสอบสวนของตำรวจ พบว่าก่อน “เฮียเหลา” จะมาพบจุดจบอย่างสยองขวัญ ได้เดินทางไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงถ้วยพระราชทานคิง สคัพ อาคารกีฬาเวสน์ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง หลังเสร็จสิ้น นายแคล้วเดินออกจากสนามขึ้นนั่งรถมุ่ง หน้าไป จ.สมุทรสงคราม
พยาน ปากเอกให้การกับทีมคลี่คลายคดี ว่ารถของทีมนักฆ่าที่ไล่ล่าชีวิตปลิดชีพ “เฮียเหลา” เป็นรถปิกอัพสีดำ 2 คัน ไล่ติดตามรถปิกอัพของเหยื่อทันที ที่รถวิ่งเข้าประกบ มือปืนที่นั่งอยู่ในกระบะหลังเป็นชายวัยฉกรรจ์ มีผ้าคลุมหน้า “สีแดงคล้ายไอ้โม่ง” คว้าปืนสงครามออกสาดกระสุนถล่มใส่เป้าหมายจนตายด่าวดิ้นดังกล่าว
อย่าง ไรก็ตามช่วงที่นายแคล้วถูกล่าสังหาร เป็นช่วงตรงกับที่ สภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) กุมอำนาจรัฐอยู่ โดยมี พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผบ.ทหารสูงสุด นั่งเป็นประธาน รสช. มีนโยบายให้กรมตำรวจ “สยบ เจ้าพ่อ” จัดการกับพวกมาเฟียอิทธิพลและบรรดานายบ่อนมีคำสั่งให้ธนาคารพาณิชย์และ สถาบันการเงิน จัดทำรายงานสถานภาพทางการเงินของผู้มีอิทธิพลใน ขั้นต้นจำนวน 7 คน ซึ่ง 1 ใน 7 คน มี นายแคล้ว ติดร่างแห อยู่ใน “บัญชีดำ” ด้วย
เค้า ร่ำลือกันว่า ไอ้คนที่รอดตาย หน่ะ เป็นสายให้กะ รสช. เองด้วย เอ้อ... ลืม คุยไป วันนั้น เฮียแคล้ว ก่อนจะออกจาก นิมิบุตร เพราะมีมวยคิงส์คัพ แกยังเดินมายืนเยี่ยว ในห้องน้ำ ข้างๆ กระพ้ม เลยครับ ก่อนแก จะออกเดินทางไปต่อไป สมุทรสงคราม ซึ่งมีโปรแกรม เขาทราย จะขึ้นชกหน่ะ
ระหว่าง ทางมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็เข้าโซนสังหาร หรือ ที่ภาษาทหาร เค้าเรียก "คิลลิ่ง โซน" นั่นแหละ การทำงาน แบบ มืออาชีพ ก็ฝึกมาอย่างดี เพราะใช้หน่วยคอมมานโด นี่ครับ รสช. สั่งมา ให้ปิดบัญชีดำ ซะ เนื่องจาก เฮียแคล้ว กะลังจะล้างมือ จากวงการนักเลง เพื่อโจนเข้าเล่นการเมือง
ปืนกลนับสิบ รัวกระสุนนับร้อย เอ็ม-79 ซัดก่อนตูมแรก เข้าหน้ารถ ถูกคนขับคู่ใจ หัวหายไปแถบนึง ที่เหลือรถเข้ากระกบ มือสังหารคนหนึ่งโดดขึ้นหลังคา เพื่อยิงกราดลงมาจากด้านบน เพราะข่าวว่าเฮียแคล้ว แกหนังเหนียว โดนระเบิดที่ลุมพินี มาแล้ว ยังรอดเลย
เฮียแคล้ว ก็นักเลงพอตัว กัดฟันอดพระสมเด็จฯ ใส่ปาก แต่ คนถึงคราว คราวจะถึงฆาต และพระท่าน ก็ไม่ช่วย นักเลงมือเปื้อนเลือด ตลอดไป ในที่สุด เฮียฯ ก่อนจะสิ้นใจ ก็บอกลูกน้องว่า "กู... ไม่ ... ไหว แล้ว" จากนั้น ก็สิ้นลม อยู่ในรถนั่นแหละ
เหตุการณ์นั้น มีเพียงลูกน้องคนสนิทอีกคน นั่นแหละ ที่นั่งท้ายรถ โดดหนีเข้าป่าหญ้า รอดตายไปได้ราวปาฏิหาริย์
จริงๆ ก็ไม่น่าเป็น ปาร์ฏิหาริย์ อะไรหรอก ถ้าไม่เป็นสาย.. ให้ เจ้าหน้าที่ หน่ะ
แคล้วเคยโดนเต็งโก้ ขอนแก่น ลอบยิง และวางระเบิด ที่สนามมวย 2 ครั้ง ซึ่งครั้งนึงคนที่ถูกลูกหลงเสียชีวิต คือ คนนามสกุล โลหะชาละ เป็นที่ฮือฮาในหมู่นักเลงสมัยนั้นอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ มีรัฐมนตรี และ นายตำรวจหลายท่านอยู่ในเหตุการณ์ แต่เต็งโก้ก็ยังกล้าลงมือ แต่แคล้วรอดมาได้ทุกครั้ง สุดท้ายกลับเป็นไอเต็งโก้ ที่โดนแคล้วเอาคืนถึงตายที่ขอนแก่นบ้านเกิด
ส่วนเรื่องพระที่แคล้ว ห้อย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ถ้าใครเห็นศพของตี๋ดำเนิน กับศพเฮียเหลา จะเห็นได้ชัดว่าต่างกันราวฟ้ากะเหว ตี๋ดำเนิน หัวสมองแบะเป็น 2 ซีก เหมือนลูกแตงโม สมองเละกระจาย แต่แคล้วมีแค่เลือดท่วมตัว
ก่อนตายมี ลูกน้องอีกคนที่ไม่โดนยิง (ว่ากันว่าเป็นสาย) บอกให้แคล้วหนีไป แต่เฮียเหลาหนีไม่ไหว เอาพระมาอมในปาก บอกว่ากูไม่ไหวแล้ว (คุณ)ไปเหอะ
อาชญากรรม จากมือปืนรับจ้าง เป็นอาชญากรรมที่มีความรุนแรง เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำลายความสงบสุข ทำให้สังคมขาดความมั่นคงในด้านชีวิต ทรัพย์สินของบุคคล ส่วนรวม ตลอดจนประเทศชาติ มือปืนรับจ้างส่วนใหญ่ มักมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง โดยให้การช่วยเหลือในเรื่องการ หลบซ่อน ให้ความคุ้มครองในการหลบหนี เพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหลบหนีคู่อริ รวมทั้งญาติพี่น้องของเหยื่อที่ติดตามล้างแค้น
นับว่าปัญหาจากอาชญากรรมมือปืนรับจ้างเป็นปัญหาหนึ่งที่ยากที่จะกำจัดให้หมด สิ้นไป เนื่องจากมีการโยงใยไปถึงผู้มีอิทธิพลในวงการต่าง ๆ ทั้งวงการธุรกิจ วงการการเมือง รวมทั้งวงการหมัดมวย ดังเช่น กรณีนายแคล้ว ธนิกุล หรือ “เฮียเหลา” ซึ่งเกิดจากฝีมือของมือปืนรับจ้าง เมื่อค่ำวันที่ 5 เมษายน 2534 เกิดเหตุยิงกันตาย 2 ศพ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 54-55 ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หมู่ 1 ตำบลทรงคะนอง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่เกิดเหตุ พบศพ 2 ศพ ในรถปิกอัพอีซูซุ สีดำ ทะเบียน 1 ณ-5228 กรุงเทพมหานคร หนึ่งในจำนวน 2 ศพนั้นคือ นายแคล้ว ธนิกุล หรือ “เฮียเหลา”
นายกสมาคมมวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ผู้เป็น “เสาหลัก” ของวงการหมัดมวย ซึ่งเมื่อพลิกแฟ้มประวัติของ “แคล้ว ธนิกุล” แล้ว จะพบว่า เขาถูกปองร้ายหมายชีวิตจากคู่อริ ถึง 2 ครั้ง 2 ครา คือ ในปี 2524 และปี 2525


แสดงความคิดเห็น

 
Top