0

ชาวจีนใช้โซเชียลมีเดียตามหาเด็กหาย
เมื่อสัปดาห์ก่อนภาพของเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ถูกคนร้ายลักพาตัวไปได้ถูกเผยแพร่และส่งต่อทางสื่อโซเชียลมีเดียของจีน ส่งผลให้มีการตามหาหนูน้อยจนพบ การตามหาเด็กหายครั้งนี้สะท้อนถึงการที่สังคมจีนหันมาใช้สื่อดิจิตัลเป็นเครื่องมือในการติดตามและนำเด็กหายหลายพันคนกลับคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่อีกครั้ง
ภาพที่ได้จากกล้องวิดีโอรักษาความปลอดภัยถูกตำรวจจีนนำไปเผยแพร่ในไมโครบล็อกเวยปั๋ว โดยเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจูงมือหนูน้อยวัย 3 ขวบในมณฑลกวางตุง ซึ่งข่าวระบุว่าช่วงที่เกิดเหตุหนูน้อยออกไปเดินเล่นกันปู่ แล้วหญิงคนดังกล่าวเดินเข้าไปขอของกิน แต่เมื่อปู่เดินไปซื้อของกินให้จากร้านค้าใกล้ ๆ คนร้ายกลับจูงมือหนูน้อยเดินหายไป
เมื่อภาพการลักพาตัวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็เกิดทั้งกระแสความตื่นกลัวและความโกรธแค้นในหมู่ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งบางคนเรียกร้องให้รัฐเพิ่มบทลงโทษขบวนการค้ามนุษย์เป็นประหารชีวิต จากที่ปัจจุบันมีบทลงโทษจำคุกเพียง 10 ปี และแม้ตำรวจจะตามตัวหนูน้อยจนพบ แล้วนำส่งครอบครัวได้อย่างปลอดภัย แต่กระแสความโกรธแค้นในโลกโซเชียลมีเดียกลับยังไม่เลือนหาย
ปัจจุบันชาวจีนจำนวนมากหันไปพึ่งพาโซเชียลมีเดียเพื่อตามหาเด็กหาย หรือตามหาพ่อแม่ของเด็กที่คาดว่าจะถูกลักพาตัวไป โดยเครือข่ายตามหาเด็กหายรายใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า “เบบี้ คัม โฮม” มีผู้ติดตามทางไมโครบล็อกเวยปั๋วเกือบ 350,000 คน และยังดำเนินเว็บไซต์ที่ผู้คนสามารถเข้าไปอัพโหลดรูปเด็กหาย หรือรูปเด็กที่เชื่อว่าจะถูกลักพาตัว รวมทั้งภาพของครอบครัวที่ตามหาบุตรหลานที่หายตัวไป
ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่า การลักพาตัวเด็กเล็กเพื่อขายให้ผู้ต้องการมีบุตรเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในจีน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีกำไรงาม โดยเด็กหญิงสามารถขายได้ในราคาเกือบ 300,000 บาท แต่เด็กผู้ชายจะมีราคาสูงเป็นสองเท่า เพราะชาวจีนเชื่อว่าลูกชายจะเป็นผู้สืบสกุล และหาเลี้ยงพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า นอกจากนี้ ยังมีกรณีลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ หรือเอาเด็กไปเป็นขอทานด้วย
แม้เป็นเรื่องยากที่จะทราบตัวเลขที่แน่ชัดของเด็กที่ถูกลักพาตัวไป แต่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประเมินว่าอยู่ที่ราว 20,000 คน ส่วนสื่อจีนระบุว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้น 10 เท่า ขณะที่ตำรวจจีนปฏิเสธเรื่องจำนวนดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวบอกว่าเครือข่ายเบบี้ คัม โฮม เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อาจช่วยตามหาเด็กหายได้ โดยแคร์รี อัลเลน ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนของบีบีซีระบุว่า โซเชียลมีเดียอาจเป็นเครื่องมือทรงพลังในการนำเด็กกลับคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะโทรศัพท์ประเภทนี้มีกล้อง ซึ่งนั่นจะช่วยให้สามารถเผยแพร่และแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหายได้มากขึ้นนั่นเอง ‪#‎Babycomehome‬


แสดงความคิดเห็น

 
Top