0

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประณามเรื่องคดีอุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตร คนผิดยังลอยนวล
องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ประณามกรณีผู้กระทำผิดในคดีอุ้มหายทนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชน ยังคงลอยนวล พร้อมเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขอุปสรรคทางกฎหมาย และแนวปฏิบัติที่ขัดขวางการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของเหยื่อการบังคับบุคคคลสูญหาย
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทำให้เกิดความมั่นใจว่า มีการสอบสวนคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตรและคนอื่นๆ อย่างเป็นอิสระ และปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความจริง ความยุติธรรม และการเยียวยาต่อผู้ตกเป็นเหยื่อ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดมาตรการทางกฎหมาย ป้องกันไม่ให้เกิดการบังคับบุคคลให้สูญหายในอนาคต รวมถึงให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย ซึ่งไทยได้ลงนามแล้วตั้งแต่ปี 2555 และให้นำเอาข้อบัญญัติในอนุสัญญามาเป็นกฎหมายในประเทศ เพื่อให้ทางการต้องบัญญัติให้การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา และให้มีมาตรการป้องกัน ซึ่งตามอนุสัญญาดังกล่าวยังระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้เป็นเหยื่อไม่ได้หมายถึงเพียงผู้สูญหาย แต่รวมถึงบุคคลใด ๆ ก็ตาม รวมทั้งครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการบังคับบุคคลให้สูญหายด้วย
นายสมชาย นีละไพจิตร เป็นอดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม หายตัวไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 โดยขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับผู้ต้องหาคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายราย รวมถึงผู้ต้องหาในคดีปล้นอาวุธปืน ซึ่งบางรายระบุว่าถูกซ้อมทรมาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายถูกอัยการฟ้องว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไป โดยอาจมีความผิดข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และข่มขืนใจผู้อื่น ซึ่งศาลชั้นต้นยกฟ้อง จำเลยที่ 2-5 ส่วนจำเลยที่ 1 นั้นศาลเห็นว่ากระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข่มขืนใจผู้อื่น ต่อมาในชั้นอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งห้าด้วยเหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งทางอัยการมีความเห็นจะไม่ยื่นฎีกาต่อ ทางครอบครัวจึงยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม เพื่อยื่นฎีกาในคดีดังกล่าวด้วยตัวเอง และวานนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด และยกคำร้องของครอบครัวที่ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม


แสดงความคิดเห็น

 
Top