0

ศาลฎีกาตัดสินจำคุกสมาชิกกลุ่ม “เบอร์ซาตู” 5 ราย หลังศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ยกฟ้อง
ศาลอาญา รัชดา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวานนี้ โดยตัดสินกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ที่ยกฟ้องสมาชิกกลุ่ม “เบอร์ซาตู” ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันก่อการร้าย โดยศาลฎีกาชี้ว่าจำเลยทั้ง 5 มีความผิด
จำเลย 5 รายประกอบด้วย นายมุสตอปา เจ๊ะยะ, นายอิลยาส หรืออิสยาส มันหวัง, นายอุสมาน ปะชี, นายยูไล โสะปนแอ และนายมะอาซี บุญพล เป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกขบวนการ “เบอร์ซาตู” ซึ่งตามข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงระบุว่าเป็นเครือข่ายของขบวนการบีอาร์เอ็น ทั้งหมดถูกอัยการฟ้องโดยระบุว่าจำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายและก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆ ในเขตพื้นที่ จ.ปัตตานี ในระหว่างเดือน พ.ย. - 29 ธ.ค. 2547 โดยมีเป้าหมายเพื่อแบ่งแยกดินแดน พร้อมทั้งระบุว่าจำเลยใช้ปืนฆ่าตำรวจเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน มุ่งหมายเพื่อบังคับขู่เข็ญรัฐบาลไทยให้ยินยอมแบ่งแยกดินแดนใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของ จ.สงขลา ออกจากราชอาณาจักร เพื่อสถาปนาเป็นรัฐอิสระปกครองตนเอง เรียกว่ารัฐปัตตานีหรือรัฐปัตตานีดารุสซาลาม และในวันที่เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2547 จำเลยทั้งห้าร่วมกันวางแผนและยิง ด.ต.โมหามัด เบญญากาจ ถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เหตุเกิดที่ ต.บานา สะบารัง ตะลุโบ๊ะ อ.เมืองปัตตานี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดที่ใช้ติดต่อสื่อสารไว้เป็นของกลางได้ จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แต่ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย โดยพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 1, 4 และ 5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฆ่าผู้อื่นและก่อการร้าย โดยลดโทษให้จำเลยที่ 1 และ 4 เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ต่อศาล คงเหลือโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน และให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 จากความผิดฐานสนับสนุนการก่อการร้าย ให้จำคุก 20 และลดโทษเหลือ 12 ปี 16 เดือน เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ต่อศาล
โดยศาลฎีกาชี้ว่า จากวัตถุพยาน ประกอบด้วยพยานบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย และคำให้การของจำเลยที่ให้การโดยสมัครใจและมีทนายความอยู่ด้วยนั้น จำเลยที่ 1-4 ได้ยอมรับว่าทำหน้าที่เฝ้าดู ด.ต.โมหามัด ผู้ตายซึ่งทำงานอยู่ศาลากลาง จ.ปัตตานี เพื่อแจ้งให้ผู้กระทำความผิดรายอื่นๆ ทราบ โดยจำเลยที่ 5 เป็นผู้ชักชวนให้มาร่วมกระทำผิด และต่อมาหลังเหตุการณ์ ด.ต.โมหามัดถูกยิงเสียชีวิต จำเลยที่ 5 ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานที่เชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดจริง


แสดงความคิดเห็น

 
Top