0

เปิดรายงานเนสท์เล่ ชี้มีการละเมิดด้านแรงงานในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลจากไทย ด้านทางการไทยรับปากจะแก้ปัญหา
รายงานซึ่งจัดทำโดย Verité องค์กรไม่แสวงหากำไร เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ของบริษัทเนสท์เล่ ระบุว่าจากการใช้เวลาสามเดือนศึกษาพื้นที่ 6 จุด ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการผลิตอาหารที่ใช้ในฟาร์มกุ้ง ได้แก่ฟาร์มกุ้งที่มหาชัยหนึ่งแห่ง สุราษฎร์ธานีสองแห่ง ท่าเรือต้นทางที่ระนอง ท่าเรือมหาชัย และเรือประมงซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือระนอง พบว่ามีการละเมิดแรงงานในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงการใช้แรงงานผิดกฎหมายและใช้แรงงานเด็ก
รายงานของ Verité ให้ข้อมูลว่าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่ได้พูดคุยด้วยถูกกระบวนการล่อลวงให้มาทำงานในไทย มีการเก็บค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว ทำให้ครอบครัวต้องกู้หนี้ยืมสิน แรงงานบางคนถูก “ขาย”ให้กัปตันเรือหรือถูกนายหน้าส่งผ่านไปยังท่าเรือเพื่อมาทำงานในสภาพทารุณโหดร้าย มีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานและอยู่ในอันตราย ขณะที่แรงงานซึ่งทำงานในทะเลมักถูกตัดขาด ไร้ช่องทางในการติดต่อสื่อสารเป็นเวลานาน นอกจากนี้นายจ้างยังเก็บค่าแรงไว้โดยไม่มีโอกาสได้รู้ว่าจะได้รับเงินค่าจ้างหรือไม่และในเวลาเดียวกันก็ไม่อาจหยุดทำงานได้เพราะเกรงจะต้องถูกหักเงิน
แรงงานยังถูกทำร้ายด้วยวาจาและทำร้ายร่างกาย แรงงานที่อยู่บนบกถูกจำกัดบริเวณไม่ให้ออกไปไหน แรงงานหลายรายไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง หรือหากมีก็มักจะถูกนายจ้างยึดไว้ทั้งพาสปอร์ตและบัตรประชาชน
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่าบริษัทเนสท์เล่ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ว่าจ้าง Verité ให้จัดทำรายงานชิ้นนี้หลังจากถูกผู้ซื้ออาหารสัตว์ในสหรัฐฯ ฟ้องร้องโดยอ้างว่าจะไม่ซื้ออาหารแมวยี่ห้อ Fancy Feast ของเนสท์เล่หากรู้ว่ามีการใช้แรงงานทาสเข้ามาเกี่ยวข้อง
ด้านโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานว่าเนสท์เล่ได้จัดทำแผนปฏิบัติการซึ่งเน้นรายละเอียด 10 จุด ในการป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น ขณะที่ทางการไทยจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาการละเมิดแรงงานในอุตสาหกรรมประมงโดยสั่งให้เรือประมงไทยทุกลำต้องมาจดทะเบียน และที่ผ่านมาได้ยึดเรือ 8,000 ลำ ที่ไม่ยอมมาขึ้นทะเบียน อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่ายังไม่ชัดเจนว่ามาตรการที่รัฐบาลดำเนินการจะได้ผลแค่ไหนเพราะธุรกิจประมงเป็นธุรกิจที่แยกย่อยและขาดการตรวจสอบเพียงพอ
(ภาพจากแฟ้มภาพ)



แสดงความคิดเห็น

 
Top